หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

อำมาตย์ อำมาตย์ อะไร อะไร ก็ อำมาตย์ !!!!



น้ำท่วมปี 54 ก็อำมาตย์แกล้ง
พรบ. นิรโทษไม่สำเร็จก็ถูกอำมาตย์แกล้ง
พรบ. กู้ 2.2 ล้านไม่ผ่านก็อำมาตย์แกล้ง
ธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้เพื่อเอาเงินไปจ่ายชาวนาค่าจำนำข้าว ก็เพราะอำมาตย์แกล้ง
อะไร ๆ ก็อำมาตย์แกล้ง


ขำดี กับคำแก้ตัวซ้ำๆ ซากๆ พวกนี้ คนอะไร(ว่ะ) เกิดมาชาตินี้ มีแต่คนแกล้ง แสดงว่ามันต้องเป็นคนไม่ดีสิ ถึงได้โดนแกล้งตลอดไปเสียทุกตารางนิ้วแบบนี้

จริง ๆ ก็ไม่มีใครแกล้งพวกเขาหรอก เพียงแต่พวกเขาไม่กล้ายอมรับความจริงว่า พวกเขาผิดจริง เพราะถ้าขืนยอมรับออกมา ซวยเลยงานนี้ พวกสาวกที่คลั่งไคล้หนีหายหมด คำพูดแก้ตัวพวกนี้จึงถูกประดิษฐ์เป็นวาทกรรมหลอกควายให้โง่งมงายต่อไป

หลายครั้งที่คนพวกนี้ รู้สึกได้ สัมผัสได้ ว่าถูกหลอก แต่ก็ยังเต็มใจให้เขาหลอก และนี่คือที่มาของการที่ถูกตราหน้าว่า "ควาย" ยิ่งถูกใช้คำ ๆ นี้เรียกมากเท่าไร เขาก็ยิ่งโกรธแค้นมากขึ้นเท่านั้น จนต้องประกาศแยกประเทศกันมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จเพราะโดนอำมาตย์แกล้งเอาอีก ฮา

คำว่า "อำมาตย์" ถ้าคิดให้ดีก็ไม่มีอะไรเลย มันเป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน แต่ในความไม่มีตัวตนนั่นแหละ มันมีความหมายแฝงเร้นที่เป็นปริศนาธรรม ที่ต้องทำความเข้าใจ

ในบรรดาพระรัตนตรัย พระพุทธ กับพระสงฆ์ เป็นรูปธรรม มีตัวตนจับต้องได้ แต่พระธรรม(ที่เราท่องกันว่าเป็นคำสั่งสอนของพุทธเจ้า) อันนี้เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน แต่ความหมายยิ่งใหญ่มาก พระพุทธเจ้าให้ความสำคัญกับพระธรรมนี้มาก พระธรรมเกิดก่อนพระพุทธเจ้า พระธรรมอยู่คู่กับโลกคู่กับจักวาลนี้มานานแล้ว

พระธรรม หรือ ธรรมะ คือเครื่องมือใช้ยกระดับจิตใจของคนให้สูงขึ้น สูงกว่าเดรัจฉาน ใครคนใดที่ยังใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยสัญชาติญาณของความเป็นคน คนผู้นั้นก็ย่อมมีจิตใจต่ำเท่าเดรัจฉาน อย่างเช่น เมื่อเร็วๆ นี้ กรณีการประเคนถวายของแข็งแก่พระสงฆ์ เป็นต้น

อำมาตย์ กับ ธรรมะ มีความสัพันธ์กันคือ อำมาตย์จะเป็นผู้ใช้ธรรมะเพื่อยุติปัญหาหรือข้อขัดแย้ง หรือที่เรียกว่า ความยุติธรรม เราจึงได้เห็นกันอยู่บ่อยว่า พอควายแพ้คดี ควายก็บอกว่า อำมาตย์แกล้ง ประเทศเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม(สำหรับควาย)ก็แยกอยู่กันไปเลย เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ขอนอกเรื่องสักหน่อย ถ้าผมเป็นเจ้าของประเทศ ไอ้ที่พวกควายประกาศจะแบ่งแยกประเทศ ถ้าเป็นผม ผมจะให้มันแยกไปเลยสักสามสี่จังหวัด แล้วให้พวกมันไปอยู่กัน ผมรับประกันได้เลย ไม่เกินห้าปีประชากรของประเทศใหม่ประเทศนี้ต้องไม่มีเหลืออยู่เลย เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าพวกมันจะหักหลังเข่นฆ่ากันเอง จนตายไปเกือบหมด (เราไม่ต้องไปฆ่ามันให้บาปติดตัว) ที่มันต้องหักหลังเข่นฆ่าก็เพราะ สันดานโจร ไม่เคยยอมใคร ไม่เคยทำอะไรผิด โกหกเป็นสันดาน รวมทั้งไม่เคารพกฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การฆ่ากันเอง พอมันฆ่ากันไปสักพัก ตายเกือบหมด เราค่อยไปยึดประเทศมันกลับมาเป็นแผ่นดินของเราใหม่อีก ถ้าทำได้แบบนี้ก็น่าจะดี ฮา

เอาล่ะ ทีนี้มาต่อเรื่องอำมาตย์ ขอสรุปสั้นๆว่า อำมาตย์ คือกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด โจรเมื่อถูกจับมาขึ้นศาล แล้วถูกศาลสั่งจำคุก มันก็แหงล่ะว่า โจรถูกอำมาตย์แกล้ง ทั้งที่จริงแล้ว ธรรมะกำลังทำงานให้เกิดการยุติปัญหาต่างหาก ลองถ้าคิดว่าถ้าศาลปล่อยตัวโจรกลับไป ปัญหามันก็ไม่จบ ธรรมะเพื่อความยุติก็ไม่สามารถทำงานได้

ธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรมฉันใด อำมาตย์ก็จะแสดงพลานุภาพต่อโจรชั่วฉันนั้น

ดังนั้น ที่ชอบพูดว่าอำมาตย์แกล้ง ก็เพราะตัวเองไม่ใช่ผู้ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในครรลองแห่งธรรมะนั้นต่างหาก ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตัวอยู่ในครรลองแห่งธรรมะก็คือ โจร นั่นเอง โจรย่อมไม่มีธรรมะ โจรย่อมไม่เคารพกฎหมาย โจรย่อมถูกความยุติธรรมเล่นงาน และโจรย่อมแก้ตัวว่าอำมาตย์กลั่นแกล้ง

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

เมื่อคนเสื้อแดงถามมา ก็ต้องตอบไป เพราะเราเป็นมิตรกับคนเสื้อแดง

หลายวันก่อนผมไปเจอคำถามยอดฮิตของคนเสื้อแดงที่เว็บบอร์ดของ pantip.com คำถามหลายข้อมาก ท่านสามารถหาอ่านได้ที่http://pantip.com/topic/31712650 แต่เพื่อเป็นการป้องกันว่า ในอนาคต กระทู้ของเสื้อแดงกระทู้อาจหายไปจาก pantip.com ผมเลยเซฟมาเป็นรูปได้ 3 รูป ตามที่ปรากฎ





เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมขอรวมรวมข้อมูลเท่าที่สติปัญญาของตัวเองจะพึงมี มาตอบบรรดาหัวโจ๊กแดง ดังนี้

1. ไม่แน่ครับ ปฏิรูปก็ได้ ไม่ปฏิรูปก็ได้ ถ้ารัฐบาลไม่ทำผิดกฎหมายไม่ทำลายน้ำใจคนไทยก็ไม่น่าจะมีการปฏิรูปแน่นอน แต่ถ้ารัฐบาลทำผิดกฎหมายเหมือนรัฐบาลนี้ก็ต้องมีใครสักคนที่มีบารมีเทียบเท่านายสุเทพออกมาปักธงนำเรื่องปฏิรูปแน่นอน ไม่ต่างกัน

2. อันนี้เป็นการยอมรับแล้วใช่ไหมว่า จริงๆ แล้วทักษิณโกง? เพียงแต่คิดไปว่าทักษิณโกงไปไม่มาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทักษิณโกงจริงๆ ครับ โกงแบบหน้าด้าน ๆ ก็มี โกงแบบมีชั้นเชิงก็มี เช่นแก้กฎหมายแล้วเบี้ยวภาษี ข้อมูลการโกงของทักษิณที่พอจับได้ไล่ทัน ที่ผมมีเยอะ ในขณะข้อมูลการโกงของรัฐบาลก่อนๆ ก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมาก และที่คนไทยเจ็บใจทั้งแผ่นดินก็คือโครงการอภิมหาโกงจำนำข้าว ชาวนามาหาก็หลบหน้า ชาวนาฆ่าตัวตายก็ไม่เคยจะมีน้ำใจไปเยี่ยมเหมือนเมื่อตอนไปหาเสียง นี่แหละประชาธิปไตยแบบทักษิณ ลงทุนเงินเพื่อโกงเลือกตั้งให้ชนะ พอชนะก็ได้เป็นรัฐบาล พอได้เป็นรัฐบาลก็เริ่มถอนทุนแล้วก็หากำไร พอได้กำไรก็พาไปลงทุนโกงเลือกตั้งอีก ชนะอีก ได้เป็นรัฐบาลอีก โกงอีก เป็นอย่างนี้สักห้ารอบ ประเทศก็บรรลัย นี่คือสาเหตุที่คนที่รู้เท่าทันทักษิณออกมาต่อต้านระบอบทักษิณไง

3. คุณกำลังจะบอกว่า ขนาดตัวเองเป็นรักษาการณ์แต่แพ้เลือกตั้งว่างั้นเถอะ ใช่ไหมครับ คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือ มวลเสื้อแดงที่ยังติดคุกและที่หนีคุกและรอติดคุกจะตอบได้ว่าทำไม พวกเขาต้องการให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งครับ ลองหาอ่านได้ในเว็บหรือผมค้นพบคือที่ http://www.manager.co.th/Mwebboard/listComment.aspx?Mbrowse=11&QNumber=358585

4. สสร. ครับ

5. เจตนาการมี สว. กับ องค์การปกครองส่วนปกครองท้องถิ่นมันต่างกันครับ

6. ไม่ผิดครับ เพราะเรื่อง ศาล รธน. วินิจฉัยไปแล้วว่าประชาชนสามารถยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องผ่านอัยการก็ได้

7. เขาใช้คำว่า "แก้ไขเพิ่มเติม ปี พ.ศ. ...." ครับ ส่วนจะแก้ทั้งฉบับก็ทำได้ แต่ต้องทำประชามติก่อนครับ

8. เหมือนข้อ 7 แก้ไขเพิ่มเติม ย่อมทำได้ถ้าไม่ขัดหลักการหรือเจตนารมต์ของ รธน.

9. ลองอ่านสองอันนี้ลองดู http://www.tamanoon.com/tamanoon50/Section/section206.htm และ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1383216668&grpid=&catid=01&subcatid=0100

10. การออก พรบ. หรือกฎหมายลูก หากไม่แน่ใจว่ากฎหมายลูกมีความหมิ่นเหม่ว่าจะขัดกับกฏหมายแม่ ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องตรวจให้แน่ชัดก่อนประกาศใช้ วิธีเดียวก็คือยื่นให้ศาล รธน. ตีความ ไม่ผิดก็ประกาศใช้ ผิดก็ตกไปครับ

11. เท่าที่ผมเข้าใจ นายสุเทพโดนออกหมายจับข้อหากบฎจากศาลอาญา เพราะไปยึดหน่วยงานราชการ ต่อมา คนของรัฐบาลไปร้องศาล รธน.วินิจฉัย เพื่อให้ มวลมหาประชนยุติชุมนุม แต่ศาล รธน. ชี้ว่าเป็นสิทธิ์ที่จะชุมนุมได้ ไม่ผิดกฎหมาย ต่อมา แกนนำ กปปส. ก็เอาคำวินิจฉัยของศาล รธน.ไปขออุทรณ์กับศาลอาญาเพื่อขอระงับหมายจับข้อหากบฎของนายสุเทพ แต่ศาลอาญาให้ยกคำร้อง เพราะผู้ต้องหาทำผิดอาญาอย่างอื่นด้วย ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะมาแก้ต่างในชั้นศาลได้ ซึ่งก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ที่ศาลสองศาลซึ่งทำหน้าที่คนอย่างจะมองเรื่องเดียวกันแต่างกัน เพราะถึงอย่างไรข้อเท็จจริงก็ต้องเป็นข้อเท็จจริงไม่สามารถบิดเบือนให้เป็นอื่นได้ แล้วอีกอย่างก็คือเรื่องนี้ยังไม่จบ มันแค่เริ่มต้น ต้องติดตามคอยดูตอนจบครับว่าจะจบอย่างไร

12. ถ้าตัวคุณบอกว่าคุณติดตามการเมืองมานาน แต่ดันไม่เข้าใจเรื่องนี้แสดงว่า คุณกำลังโกหกคำโตแล้วล่ะครับ

13. เรื่องนี้ถ้ามีหลักฐานการทำความผิดชัดเจน คิดว่าทักษิณจะปล่อยเอาไว้อย่างนั้นเหรอครับ อย่ามาทำเป็นไสซื่อไปหน่อยเลย

14. ถ้าคืนนี้คุณรู้อยู่แล้วว่าโจรจะขึ้นบ้าน แล้วจะรอให้โจรมาขึ้นจนปล้นเงินหรือฆ่าคุณรวมทั้งครอบคุณให้ตายก่อนใช่ไหมครับ คุณจึงคิดมาวิธีมาป้องกัน เรื่องนี้ก็เช่นกัน รายละเอียดการขออก พรบ. ปกติ จะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่นี่มีรายละเอียดแค่ 10 หน้ากระดาษ แล้วคุณชอบใช่ไหมที่คุณจะมอบหมายใครคณะหนึ่งเอาเงินคุณไปเพื่อทำอะไรก็ตามหรือทำอย่างไรก้ตามเพื่อให้คุณสมปราถนา แต่คนอื่นในประเทศไทยเขาไม่ต้องการอย่างนั้น เขาต้องการรู้ทั้งหมดว่า ได้เงินไปแล้ว เอาไปทำอะไร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไร เหล่านี้เป็นต้น

15. โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ชอบอ้าง สุดท้ายก็มีแค่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุเทพฯ-โคราช และ กรุเทพฯ-หัวหิน ประทาโทษเถอะช่วยคำนวณมาให้ฟังหน่อยเถอะว่า จะหาลูกค้ามาขี่รถไฟนี้วันละกี่คน แต่ละคนต้องจ่ายค่าโดยสารกี่บาท ถึงจะทำให้กิจการได้กำไรพอสำหรับใช้หนี้ก้อนนี้ได้

16. ไม่มีใครอยากทำอย่างนั้นเลยครับ หากเศรษฐกิจไม่ตกไปอยู่ที่จุดที่แย่แล้วจริง ๆ  เพราะการจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นในช่วงเวลาสั้นๆ มันมีไม่กี่วิธีให้เลือก และไม่ว่ารัฐบาลไหนใช้วิธีนี้แก้ปัญหาก็จะไม่มีใครว่าอะไร

17., 18., 19. ขอไม่ตอบเพราะไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไร

20. สปก. ช่วยแก้ปัญหาให้คนจนได้มีที่ดินทำกิน ได้ลืมตาอ้าปากได้จริงๆ อย่างน้อยที่สุดในยุคนั้นก็ได้รับไปประมาณหกแสนครัวเรือน ส่วนเรื่องเขายายแพงมันที่ก็ทำผิดจริงๆไม่ปฏิเสธแต่มีคนเดือดร้อนกับเรื่องนี้ไม่กี่คนหรอกครับ เรื่องมันเลยจบที่เจ้าตัวคืนที่ดินผืนนั้นไป

21. บิดเบือนข้อมูลได้น่าเกลียดที่สุด เพราะรัฐบาล พล.อ.ชวลิต(ซึ่งมีทักษิณเป็นรองนายก) เป็นผู้ออก พรก. องค์กรปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส) ส่วน ปรส.จะไปประมูลหนี้เน่าอย่างไร รัฐบาลต่อมาคือรัฐบาลชวน2 ไม่สามารถเข้ายุ่งเกี่ยวกับ ปรส.ได้ สุดท้ายก็ได้มีคำพิพากษาว่า ประธาน ปรส. คือคุณอรเรศ ศิลาอ่อน  ฐานทำความผิด พรบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หากว่า รัฐมนตรีคลังในสมัยนั้นคือ นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ มีส่วนอยู่ด้วยก็คงไม่พ้นคุกเหมือนกัน แต่นี่ไม่มี นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่า ความผิดจากการประมูลของ ปรส. ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล 2 แต่อย่างใดตามที่กล่าวอ้าง ถามจริง บิดเบือนกันขนาดนี้ไม่รู้จักละอายแก่ใจบ้างเหรอ?

22. อย่ามาทำเป็นแอ๊บไปเลยครับ ถ้าคุณเห็นว่าการปฏิรูปมันคือก้างขวางคอคุณมากนัก คุณนั่งเฉยๆ ครับ เพราะอีกหน่อยคุณจะกลายเป็นเศษขยะของสังคมไทย กระแสปฏิรูป มันทำได้จริงดดยไม่ต้องฉีก รธน. และผู้คนต่างก็ต้องการเพราะ อย่างน้อยที่สุด พอจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว(ซึ่งใช้เวลาไม่กี่วัน)เสร็จ หนี้ชาวนาทั้งก็สามารถหามาคืนให้ชาวนาได้ทันที และที่คุณขัดขวางไม่ยอมปิรูปก่อนเลือกตั้งก็เพราะกลัวเรื่องนี้ไช่ไหมล่ะ อย่ามาทำเป็นแอ๊บ อย่ามาทำเป็นเนียนไปหน่อยเลย

22. (ข้อ 22 เขามีสองข้อ แต่ข้อนี้เรื่องทหาร ข้อหลัง) เขาออกมาหลังจากที่ใครคนหนึ่งในรัฐบาลรักษาการณ์นี้ออกมาประกาศว่าจะนำมวลชนติดอาวุธซึ่งมีทั้งหมดทั่วประเทศสิบล้านกระบอกจากต่างจังหวัดมาทำสงครามกลางเมืองในกรุเทพฯ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้นายกรักษาการณ์สั่ง เพราะ ผบ.ทบ.ในฐานะ ผอ. กรอ.มน. สามารถสั่งการได้ทันที

23. ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาหลายกำลังโดนข้อหา ละเว้นฯ อยู่นะครับ ถ้าอยากจะโดนกันอีกก็เชิยได้เลย ไม่มีใครว่าครับ แต่เวลาเข้าคุกอย่าบ่นนะครับ

24., 25. หากคุณยังไม่แน่ใจว่ามวลมหาประชาชนมีจำนวนเท่าไร ไม่เป็นไรครับ เพราะคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับมวลมหาประชาชนก็มักจะคิดอย่างนี้แหละครับ แต่เอาเป็นว่า ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมรัฐบบาลต้องถอน พรบ.นิรโทษฯ แล้วยุบสภา แล้วออก พรก.ฉุกเฉินเพื่อมาสลายผู้ชุมนุม(ไม่กี่คน)จนบาดเจ็บล้มตายไปหลายคนแต่สุดท้ายรัฐบาลก็ไม่สามารถสลายผู้ชุมนุม(ไม่กี่คน)ได้ หรือพูดง่ายๆว่าแพ้ผู้ชุมนุม(เพียงไม่กี่คน)ว่างั้นเถอะ ก็ไม่รู้จะกลัวคนแค่ไม่กี่คนไปทำไม

ส่วนย่อหน้าสุดท้ายของคุณ เห็นสันดานของคุณได้ชัดเจนเลยว่า ถ้าไม่โง่ก็บ้า ถ้ามาถูกแล้วมาโกง คุณรับได้อย่างนั้นหรือ นี่ก็แสดงว่าคุณสนันสนุนการโกงใช่หรือไม่ เหมือนอย่างที่โรงพยายเขาขึ้นป้ายไม่เอารัฐบาลโกง คุณก็เป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ต่อต้านการขึ้นป้ายของโรงพยาบาลเหล่านั้น

ขอเตือนอะไรสักอย่าง ยิ่งบิดเบือนข้อเท็จจริงมากเข้ามากเข้า มวลชนเสื้อแดงก็ยิ่งหูตาสว่างมากขึ้น แต่ก็นั่นแหละหากไม่บิดเบือน มวลชนเสื้อแดงก็ถอยห่างอยู่ดี จากพิษจำนำข้าวบ้าง จากอีโง่บ้าง จากค่าครองชีพแพงบ้าง ฯลฯ

ฮิตเลอร์ใช้หลักวิธีปกครองประเทศ โดยทำให้คนในประเทศ โง่ ใครที่โง่ฮิตเลอร์เลี้ยงไว้ ใครฉลาดหรือขยันอิตเลอร์ฆ่าทิ้ง เลยกลายเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตนเชื้อสายยิวไง ทักษิณก็เหมือนกัน จะปกครองประเทศนี้ให้นานๆ ก็ต้องทำให้คนคนไทยโง่หมดทุกคน (เห็นไหมการศึกษาไทยตกไปเท่ากับเขมร) คุณเองก็โปรดระวังให้ดี





ทำไมพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงข้างมากของประเทศ กลัวการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขากลัวอะไรกันนักหนา กะอีแค่เสียเวลาปฏิรูป 12 เดือนหรืออย่างมากไม่เกิน 18 เดือน มันถึงกับจะเป็นจะตายกันขึ้นมาเหมือนกับ หมาขี้เรื้อนกลัวน้ำร้อน อย่างไรอย่างนั้น

ก็เลยขอตั้งสมมติฐานตามประสาคนไม่รู้ไม่เข้าใจและขี้สงสัยว่า

เป็นไปได้ไหมว่า รัฐบาลที่มาจากการซื้อเสียงโกงเลือกตั้ง เมื่อชนะการเลือกตั้ง ก็ต้องมา 1) ถอนทุนคืน และ 2) ต้องกอบโกยหากำไร

การที่จะทำทั้งสองอย่างนี้ให้เสร็จโดยเร็วภายในเวลาอายุ 1 รัฐบาลคือ 4 ปี ยากมากที่จะสำเร็จได้ถ้ากระทำโดยสุจริต มันจึงไม่มีเวลามากเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มีหนทางเดียวคือ โกง หรือ ทุจริตคอรัปชั่นในทุกขั้นตอนที่มีโอกาส  แล้วเมื่อถอนทุนครบ จนได้กำไร(กำไร = รายได้จากการคอรัปชั่น - ทุนซื้อเสียง) ก็พร้อมที่จะนำกำไรไปซื้อเสียงเสียงโกงเลือกตั้งครั้งต่อไป แล้วก็ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก โกงอีก คอรัปชั่นอีก ได้กำไรอีก ไปซื้อเสียงอีก ได้เป็นรัฐบาลอีก ไม่รู้จบ เรียกว่าชนะเลือกตั้งทั้งชาติ ใครก็สู้ไม่ได้ ผูกขาดขาดอยู่กลุ่มเดียว เหมือนใครที่ชอบพูดว่า เลือกตั้งกี่ครั้งตนเองก็ชนะทุกครั้ง (ประโยคนี้คุ้นๆ ไหมครับ ฮา)

ทีนี้ก่อนจะไปสงสัยกันต่อ มีประเด็นน่าสนใจอยู่ประเด็นหนึ่งก็คือ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ พลิกล็อค ทำให้ตัวเองไม่ได้เป็นรัฐบาลขึ้นมาทั้งๆที่ชนะการเลือกตั้ง คนกลุ่มนี้จะโกรธมาก จนต้องลุกขึ้นมาเผาบ้านเผาเมือง ฆ่าทุกคนที่เห็นว่าเป็นศัตรูกับพวกเขา ที่เขาทำอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมว่า เขากลัวจะโดนรัฐบาลอื่น(ที่ไม่ใช่รัฐบาลเขา)จับได้ไล่ทันว่า เขาโกงอะไร โกงอย่างไรบ้าง แล้วจะถูกเชือดถูกเช็คบิล จะโดนกี่คดี จะติดคุกกี่ปี หรืออาจต้องหลบหนีไปต่างประเทศหรือเปล่า  เลยต้องต้องโจมตีฝ่ายที่ทำให้ตัวเองต้องสูญเสียอำนาจ และถูกคดีความต่าง ๆ ว่าสองมาตรฐาน  ไม่ยุติธรรม พวกอำมาตย์กลั่นแกล้งบ้าง อะไรบ้าง จนทุกวันนี้แก้ตัวกันจนเหมือนลิงแก้แหเข้าทุกวัน ข้อสงสัยนี้เราจะเห็นได้ชัดเมื่อแหพันตัวลิงจนแก้ยังไงก็แก้ไม่ออก ถึงตอนนั้ก็มีทางเดียวคือ เผาทิ้งทั้งลิงทั้งแห

อ้าว โม้เรื่องอื่นซะยาว มาต่อประเด็นของเราดีกว่า จะได้รีบจบ ๆ

ขอสรุปที่พูดมาทั้งหมดอีกครั้ง ก็คือแค่สงสัยว่า ลงทุนซื้อเสียง ชนะ ได้เป็นรัฐบาล โกง จนถอนทุนได้หมด แล้วยังได้กำไร เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับไปซื้อเสียงใหม่ จนชนะอีก มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่

ทีนี้มาเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังนี้

ทักษิณรวมทั้งยิ่งลักษณ์ โกง และ ทุจริตคอรัปชั่นจริงหรือไม่ คำตอบคือ จริง

ทักษิณหนีคุกไปแล้ว ยิ่งลักษณ์กำลังจะติดคุก และอีกหลายคดีเป็นบัญชีหางว่าวที่กำลังทยอยนำขึ้นมาเชือด สองคนพี่น้องนี้ ตายในคุกแน่

ถ้าเช่นนั้น ก็แสดงว่า ระบอบทักษิณ โกงเลือกตั้งมาจริงนะสิ อันนี้ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับสมมติฐานข้างบนก็คือ จริง  นอกจากเอาไปเปรียบเทียบกับกับสมมติฐานข้างบนแล้วยังมีเหตุผลเชิงประจักษ์อีกอย่างก็คือ โดนจับได้ว่าโกงเลือกตั้งจริง นั่นก็เมื่อคราวพรรคไทยรักไทย และ พรรคพลังประชาชน  ทำให้สองพรรคนี้ถูกยุบไปแล้ว (พรรคที่สามพรรคคือเพื่อไทยก็อีกไม่นาน) แต่คนสำคัญผู้บริหารของพรรคแค่โดนห้ามเล่นการเมืองห้าปี ซึ่งไม่ค่อยน่ากลัวอะไร ตัวเองเล่นไม่ได้ ลูกเมียยังมี ก็ให้ลูกกับเมียไปเล่นสิ ตัวเองนั่งบัญชาการอยู่ที่บ้านก็พอ เป็นไงล่ะ โจรมันกลัวพระเสียที่ไหน แต่ถ้าเห็นตำรวจ(ดีๆ แบบขุนพันธรักษ์ราชเดช)สิ  โจรวิ่งป่าราบแน่ ฮา

ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ได้ไหม ที่ผ่านมามันก็แค่ข้อสงสัยของคนไทยทั้งหลายที่เขาสงสัยกันว่า ระบอบทักษิณโกงการเลือกตั้ง ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง จนทำให้ประเทศก็เสียเวลาเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ฝ่ายระบอบทักษิณก็บอกว่า พรรคของเขาไม่ได้โกง แต่มีบางคนในพรรคโกงจริงก็ไปลงโทษคนโกงสิ มาลงโทษพรรค กับผู้บริหารพรรคที่ไม่รู้เรื่องการโกงใด ๆ เลยทำไม  นั่นสิ ที่ผ่านมาเราลงโทษผิดตัว

ถ้างั้นก็ให้ถือว่าที่ผ่านมาเจ๊ากัน เรามาตกลงกันใหม่  ดังนี้ จะได้ไหม

ปฎิรูป กฎ กติกา การเลือกตั้งกันใหม่ คราวนี้เอาให้ ไฉไลกว่าเดิม 

กติกาใหม่ก็คือ 1 เสียง 1 สิทธิ์ ใครซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต้องติดคุกทั้งคนซื้อคนขาย แล้วก็ห้ามยุ่งกับการเมืองไปตลอดชีวิต แบบนี้แฟร์ไหม? ก็น่าจะโอเคนะ สำหรับระบอบทักษิณที่มีแต่ใสสะอาดและบริสุทธิ์ จนฐานเสียงมากขึ้นทุกวัน ๆ ตอนนี้ฐานเสียงเพิ่มขึ้นเป็นกี่ล้านแล้วก็ไม่ทราบ ใครก็สู้ยาก จริงไหม

แล้วเมื่อปฏิรูปเสร็จเราไปเลือตั้งแข่งกัน คราวนี้ใครต่อใครจะได้รู้ซะทีว่า ระบอบทักษิณแท้ที่จริงแล้วบริสุทธิ์ผุดผ่อง ใสสะอาดไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกคนเขาสงสัยกัน แบบนี้ดีไหม

ฐานเสียงคุณเยอะ ยังไงก็ชนะ แล้วคุณกลัวอะไรกัน กับ แค่ปฏิรูป กฎ กติกา การเลือกตั้งกันใหม่ แค่นั้น จริงไหมครับ

ถ้าเห็นด้วย มาร่วมมือกันเถอะครับ ปฏิรูป กฎ กติการเลือกตั้งเสียใหม่ อย่าให้ใครกล่าวหาคุณได้ว่า

ที่ผ่านมาคุณโกงการเลือกตั้ง ซื้อเสียง ซื้อคน ซื้อหัวคะแนน จนชนะการเลือกตั้ง  แล้วมาถอนทุน ถอนเพลินจนพลาด ไปโดนชาวนาเข้า เรื่องก็เลยแดงขึ้นมาทั้งแผ่นดิน ซวยเลย ฮา

เรื่องชาวนาไม่ต้องไปแก้ตัวอะไรอีกแล้ว เพราะสภาพคุณตอนนี้คือ ลิงนั่งแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งมัดแน่น ไม่รู้จะช่วยยังไง อย่าให้ต้องถึงกับเผาทั้งลิงทั้งแหเลยครับ มันโหดร้ายเกินไป เสียดายแห ฮา

เอาเป็นว่า ปล่อยเรื่องลิงกับแหเอาไว้ก่อน เรามาร่วมกันปฏิรูปก่อน ถ้าคุณกลับมาได้อีกหลังเลือกตั้ง คุณจะยิ่งใหญ่มาก คุณจะเท่มาก(เท่กว่าได้กลับบ้านโดย พรบ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งซะอีก)  คิดว่าโอกาสทองมาเยือนแบบนี้ คุณคงไม่ปล่อยให้หลุดมือนะ

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

เมื่อคนเสื้อแดงถามว่า "พรรคประชาธิปัตย์เคยทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศบ้าง"?

จริงๆ แล้ว คนเสื้อแดงถูกทักษิณหลอกให้มากระแนะกระแหนฝ่ายตรงข้ามด้วยวาทกรรมในแนวที่ว่า "พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีผลงานการพัฒนาประเทศผลงานใดๆ ที่โดดเด่นเลย" มานานแล้ว เพื่อสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง(ทักษิณ)

ก่อนอื่น ก็ต้องเห็นใจที่พรรคประชาธิปัตย์โชคไม่ค่อยดี เพราะพรรคประชาธิปัตย์มักจะได้รับโอกาสให้มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในสภาวะที่บ้านเมืองกำลังเกิดวิกฤติขึ้นแทบทุกครั้ง แล้วก็ต้องแก้วิกฤติให้ลดเบาบางลง จนเป็นที่น่าพอใจ(อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์) วิกฤติที่ว่านี้คือสิ่งรัฐบาลก่อนหน้านั้นเรียนผูกแล้วเรียนแก้ไม่เป็น ทิ้งปัญหาเอาไว้ให้ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยได้บริหารประเทศในเชิงพัฒนาประเทศมากนัก เพราะต้องมัวแต่แก้วิกฤติเหล่านั้นเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่ก็เอาล่ะ ในเมื่อคนเสื้อแดงอยากรู้ เพราะนิสัยอย่างหนึ่งของคนเสื้อแดงคือใจร้อน ก็ต้องอธิบายให้คนเสื้อแดงได้เข้าใจอย่างนี้ว่า

การพัฒนาบ้านเมืองจำเป็นต้องทำไปบนความสุจริต โปร่งใส ถามว่าทำไม ก็ต้องตอบว่า ขอให้ดู โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง เปิดใช้ได้ไม่นานเกิดปัญหาจนต้องย้ายสายการบินภายในประเทศ กลับมาอยู่สนามบิดอนเมือง เพื่อปรับปรุง สาเหตุก็จากความไม่สุจริตโปร่งใสนั่นเอง 




คำถามต่อมาก็คือว่า การพัฒนาแบบนี้มันเป็นพัฒนาแบบสุกเอาเผากิน ไม่มีความมั่นคงในระยะยาว(แค่ในระยะสั้นก็ล่มแล้ว) แล้วเราพัฒนาประเทศกันอย่างนี้หรือ?

ก็เชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้แน่นอน

เพราะฉะนั้นจำไว้เลยครับ ในโลกนี้มีการพัฒนาอยู่สองแนวทางใหญ่คือ 

หนึ่ง ทำเสร็จไวแต่ไม่ได้คุณภาพ กับ

สอง ทำเสร็จช้าแต่ได้คุณภาพ

ไอ้ประเภททำเสร็จเร็วแล้วได้คุณภาพด้วย ไม่เคยมีอยู่ในโลกนี้นะครับ (มีแต่ในโลกอุดมคติเท่านั้น)

ดังนั้นเรามีทางเลือกแค่สองแนวทางเท่านั้นจริง ๆ เท่าเห็นพรรคประชาธิปัตย์จะใช้แนวทางที่สอง ซึ่งทำให้เกิดจุดอ่อนก็คือ ผลที่จะได้รับต้องใช้เวลายาวนาน

ส่วนโครงอื่นๆ ที่พัฒนากันมา(ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็แล้วแต่) เน้นเร็วแต่ไม่เน้นคุณภาพเป็นส่วนมาก

การเน้นคุณภาพของงานก็คือการใช้ความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ในทุกขั้นตอน ซึ่งมันทำยาก แล้วก็เสร็จช้า ก็เลยเกิดนักฉวยโอกาสเยอะแยะไปเสียหมดที่ชอบทำให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้อวดผลงาน แต่สุดท้ายโครงการยืนระยะยาวไม่ค่อยได้ ต้องพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบจักสิ้น เสียเงิน เสียเวลา มากกว่ากับอีกแนวทางหนึ่งที่ไม่ได้เลือกเสียอีก

คนเสื้อแดงครับ เห็นความสำคัญของ ความซื่อสัตย์ สุจริต หรือยังครับ เพราะความมซื่อสัตย์ สุจริต คือพื้นฐานสำคัญของการปกครองและบริหารประเทศ ซึ่งประเทศไทยถูกทำลายไปนานหลายปีแล้ว

และที่ มวลมหาประชาชน กำลังชุมนุมประท้วง ก็เพื่อเรียกร้องให้มีการสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาใหม่ในประเทศนี้ครับ หากว่าสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ ก็แน่นอนว่ามันอาจจะทำให้คนเสื้อแดงมีชีวิตอยู่ในประเทศได้ยากลำบากสักนิดหนึ่ง (เพราะคนเสื้อแดงมักจะละเลยและไม่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ สุจริต) แต่คงไม่ยากจนเกินไป ถ้าคนเสื้อแดงตั้งใจจริงที่จะปรับตัวเอง ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของบ้านเมือง ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นพื้นฐานของการพัฒนาและปกครองประเทศ

แต่ถ้าคนเสื้อแดงบอกว่า "กูไม่ยอม" อันนี้ก็คงยากเกินเยียวแล้วล่ะครับ เพราะ สปป.ล้านนาไม่มีทางเกิดขึ้นได้  หรือถ้าจะอพยพไปอยู่ประเทศไหนสักประเทศ ขอให้คนเสื้อแดงดูด้วยนะครับว่า ประเทศนั้นเขาไม่เน้นเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นพื้นฐานของการบริหารและปกครองประเทศ ถ้ามันมีประเทศอย่างที่ว่านั้นอยู่จริงในโลกนี้ ก็ไปเถอะครับ ไม่ว่ากันครับ

แต่ใจผมส่วนลึก อยากให้คนเสื้อแดงอยู่ด้วยกันบนผืนดินไทยนี่แหละครับ โดยที่เราค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เสริม ค่อยๆ เติม กันไป จนกว่าจะสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าคนเสื้อแดงบางคนหรือหลายคน  จะต้องเข้าไปรอกระบวนการปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของบ้านเมือง ในคุกไปพลาง ๆ ก่อน เพราะผมและคนไทยอีกหลายล้านคนจะได้มั่นใจว่า คนเสื้อแดงจะไม่ลุกขึ้นมาก่อความวุ่นวายในบ้านในเมืองอีก

สิ่งหนึ่งที่ผมรับปากคนเสื้อแดงได้ระหว่างที่รออยู่ในคุก ก็คือ ถ้ายังปรับตัวเองไม่ได้ก็ไม่ต้องออกมา แต่ถ้าปรับได้แล้วได้ออกมา นั่นก็หมายความว่า พวกเราคนไทยจะมีเพื่อนร่วมชาติมาร่วมพัฒนาประเทศที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง และเราจะได้ร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไปเพื่อลูกเพื่อหลานของเราครับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โกงอย่างบูรณาการจนสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จแบบไร้มาตรฐาน

โกงอย่างบูรณาการจนสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จแบบไร้มาตรฐาน

อ้างอิง http://www.ryt9.com/s/tpd/1827870



มาต่อภาคสองของการโกงที่คนเสื้อแดงยอมรับ จากการบิดเบือนข้อมูล สร้างชุดข้อมูลเท็จ หลอกลวงประชาชนมากว่า 10 ปี โดยมีสื่อขี้ข้าที่ยังเป็นอีแอบเพิ่งจะมาโผล่หางเข้าด้วยช่วยเหลือ "ทำลายคนดี เชิดชูคนชั่ว" กระทั่งบ้านเมืองเกิดความขัดแย้งรุนแรงเพราะประชาชนแยกแยะถูกผิดดีชั่วไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นจริงอย่างครบถ้วน

ข้อความที่ยังคงใช้เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญให้คนเสื้อแดงท่องจำไปเถียงกับคนอื่น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ คือ
โกง...จนใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด ไถ่ถอนคำว่าทาสให้คนไทย
โกง...จนเหลือเงินคงคลังเพียบ จน Hedge Fund ไม่กล้าลุยโกง...จนสร้างสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จโกง...จนคนรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้โกง...จนมีเงินแค่ 30 บาท ก็รักษาทุกโรคได้โกง...จนพ่อค้าแม่ขายไม่ต้องจ่ายดอกร้อยละ 20 ให้แขกโกง...จนส่งเด็กเรียนดีไปเมืองนอกได้อำเภอละคนโกง...แก้ปัญหาสึนามิได้อย่างดีเยี่ยมโกง...จนเศรษฐกิจดี GDP พุ่ง GDH (ไม่รู้ไม่มีเกณฑ์วัด  ไปถามไอ้แป๊ะลิ้มมันบอกว่าต่ำ ถ้าถามผมบอกว่าสูง)
โกง...จนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น โกงยังไงเนี่ย!!! ช่วยกลับมาโกงอีกได้มั้ย
ตอนที่แล้วให้ข้อมูลไปแล้วสองเรื่องคือ "โกง...จนใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด ไถ่ถอนคำว่าทาสให้คนไทย" ว่า ความจริงคือ "โกงจนสร้างหนี้ IMF ลากไทยไปเป็นทาสทางเศรษฐกิจนานถึง 6 ปี" ส่วนที่บอกว่า "โกงจนเหลือเงินคงคลังเพียบ จน Hedge Fund ไม่กล้าลุย" นั้น ความจริงคือ  "โกงสร้างภาพจนเงินคงคลังถังแตก แถมเคยอยู่ในยุค  Hedge Fund ลุยจนเศรษฐกิจไทยแทบจะล่มสลาย" อีกด้วยคราวนี้มาดูเรื่องที่ระบอบทักษิณใช้หากินมานานกว่าสิบปีคือ เรื่องการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิสำเร็จ ทั้งที่ความจริงคนที่มีปัญญามิได้มองสนามบินดังกล่าวว่าคือความสำเร็จของชาติ แต่เป็นอีกหนึ่งอนุสรณ์เตือนคนไทยถึงการทุจริตมโหฬาร บนการสร้างภาพที่น่าสะอิดสะเอียน ส่วนอีกมือปล้นไปด้วยระหว่างก่อสร้างตลอดทาง!
คนเสื้อแดงถูกยัดเยียดให้เชื่อด้วยวาทกรรมว่า ทักษิณ  "โกงจนสร้างสนามบิน 7 ชั่วโคตรได้สำเร็จ" ความจริงคือใครที่มาบริหารประเทศต่อจากรัฐบาลชวน 1 ในขณะนั้นและมีเวลาบริหารประเทศชาติครบวาระ มีการเมืองที่เข้มแข็ง เต็มเปี่ยมไปด้วยเสถียรภาพทางด้านคณิตศาสตร์การเมืองในสภา ไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจ ย่อมทำได้สำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ชื่อ  "ทักษิณ ชินวัตร" ที่สำคัญคือหากไม่ใช่ทักษิณสร้าง รันเวย์คงไม่ร้าว หลังคาคงไม่รั่ว ฯลฯ และคงจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิได้มาตรฐานแข็งแรง ไม่ต้องปะผุเวรันเวย์เหมือน ถนน คอ-นก-รีต อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ที่สนามบินสุวรรณภูมิถูกเรียกว่า สนามบิน 7 ชั่วโคตรนั้น ก็เป็นเพราะว่า แนวคิดที่จะสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 เกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี 2503  ซึ่งในขณะนั้นเกือบจะเป็นรูปเป็นร่าง มีบริษัท นอร์ทรอป เสนอตัวมาก่อสร้างด้วยราคากว่า 3,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะถูกนิสิตนักศึกษาต่อต้านในยุคเผด็จการทหาร
จนผ่านมา 31 ปี สนามบินแห่งนี้เริ่มมีความหวังที่จะดำเนินการได้อีกครั้ง เมื่อ ครม.ในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2534 อนุมัติให้ดำเนินการโครงการท่าอากาศยานสากลแห่งที่ 2 และให้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการท่าอากาศยานกรุงเทพฯ แห่งที่  2 มี รมว.คมนาคมเป็นประธาน โดยคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการมีมติให้ ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เป็นผู้จัดจ้างบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาวางแผนออกแบบ ตลอดจนช่วยบริหารการก่อสร้าง
เมื่อรัฐบาลชวน 1 เข้ามารับไม้ต่อจากรัฐบาลอานันท์ ก็เดินหน้าต่อโดยมีมติ ครม. 7 พ.ค.2534 อนุมัติงบประมาณจำนวน 120,000 ล้านบาท อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิเริ่มก่อกำเนิดเป็นตัวเป็นตนอย่างเป็นทางการ และเริ่มโครงการด้วยการอพยพประชาชนออกจากเขตเวนคืนในปี 2536
รัฐบาลต่อมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลบรรหาร หรือ พล.อ.ชวลิตนั้น มิได้มีบทบาทต่อการผลักดันให้โครงการนี้คืบหน้ามากนัก แต่เป็นช่วงที่มีกระแสรุมทึ้งกัดกินอิฐ หิน ดิน ทราย อันเป็นฐานรากของสนามบินอย่างอื้อฉาว ซึ่งในสมัยนั้นตัวเลขยังไม่มากเท่ากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลถูกผู้รับเหมาเรียกว่า "มิสเตอร์ 8%" สูงสุดก็อยู่ที่ "มิสเตอร์ 20%" แต่ในปัจจุบันพัฒนาด้านการโกงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปไกลถึง "เจ๊ 50%"
ประเด็นที่คนไทยน่าจะยังจดจำได้คือ การทุจริตประมูลถมทรายที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลบรรหาร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็น รมว.คมนาคม และตัวละครสำคัญคือ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" เป็น รมช.คมนาคม กำกับดูแลโครงการสนามบินหนองงูเห่า ในขณะนั้นมีการร้องเรียนจากผู้รับเหมาหลายรายว่า มีการล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจบางราย และยังมีผู้รับเหมารายหนึ่งยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2539 ก่อนที่จะมีการประกวดราคาในวันที่ 14 พ.ย.2539 และผู้ที่คว้าพุงปลามันไปได้คือ บริษัทอิตาเลียนไทยด้วย
แม้ต่อมาเปลี่ยนรัฐบาลจากบรรหารมาเป็น พล.อ.ชวลิต  แต่คนที่ดูแลโครงการนี้ก็ยังเป็นคนเดิมคือ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" โดยในขณะนั้น สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็น รมว.คมนาคม มีการลงนามสัญญาก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2539
แต่โครงการนี้กลับมาพบปมทุจริตอีกครั้ง หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2540 ว่าการประมูลดังกล่าวกำหนดคุณสมบัติที่ไม่ชอบ เนื่องจากกีดกันผู้เข้าประกวดราคารายอื่น และเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีสิทธิ์เสนอราคารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ จึงให้ยกเลิกการประกวดราคา แต่ความเห็นของกฤษฎีกาไร้ความหมาย เพราะรัฐบาลในขณะนั้นยังคงเดินหน้าต่อ จนกระทั่งเศรษฐกิจแทบล่มสลายในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต เมื่อไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท จนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งที่ทำให้ไทยไปเป็นทาส IMF ย้ำอีกรอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกฯ ในขณะนั้น
เมื่อรัฐบาลชวน 2 เข้ามาบริหารปั๊มหัวใจประเทศให้ออกจากห้องไอซียู ประเทศไทยก็อยู่ในสภาพอ่อนแอทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แต่ก็ยังคงมีการสานต่อโครงการนี้โดยผู้รับผิดชอบคือ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคมในขณะนั้น แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการตามคำวินิจฉัยของกฤษฎีกาได้  เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาไปแล้ว โดยอิตาเลียนไทยขู่ฟ้องหากรัฐยกเลิกสัญญา เพราะมีการจ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว 10% หรือประมาณ 1,165 ล้านบาท และค่าเสียหายเกี่ยวกับการหยุดถมทรายจำนวน 2,276 ล้านบาท จากนั้นกระทรวงคมนาคมทำหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีความเห็นให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.)  ต้องเสียค่าสินไหมจำนวน 913 ล้านบาท จากทั้งหมด 2,276  ล้านบาท
เรื่องนี้ถูกร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ  (ป.ป.ป.) หรือ ป.ป.ช.ในปัจจุบัน โดยใช้เวลาในการไต่สวนเพื่อชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องนานถึง 4 ปี ก่อนจะมีมติเอาผิดทางวินัยและอาญากับนายประมวล หุตะสิงห์ รองผู้จัดการใหญ่ บทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีการปรับตัวเลขราคากลางตบตาบอร์ด เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอิตาเลียนไทย จนชนะการประมูล ฐานเป็นเจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ และประพฤติตนไม่อยู่ในความสุจริต รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา และเอาผิดทางวินัยกับผู้บริหาร บทม.อีกสองรายคือ  ปรีติ เหตระกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บทม.และ เพิ่มศักดิ์  พัฒนพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายโครงการ โดยไม่ได้ดำเนินคดีอาญาเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ
ในขณะที่ฝ่ายการเมืองลอยตัวกินอิ่มหวานคอแร้ง แต่ไม่ต้องรับผิดชอบ
สิ่งที่คนไทยมักจะลืมไปแล้วคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนาม "สนามบินสุวรรณภูมิ" ให้แทน  "สนามบินหนองงูเห่า" ในยุคที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ "ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ"อันมีความหมายว่า "แผ่นดินทอง" ซึ่งกลายเป็น "ทำเลทอง" ของนักการเมืองชั่วเข้ามาแสวงหาประโยชน์อย่างโจ๋งครึ่ม
ช่วงที่ฉาวโฉ่ที่สุดในการทุจริตก็คือ ยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะโครงการ "ซีทีเอ็กซ์" ที่ทำให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทยและรมว.คมนาคมในขณะนั้นถูกพิษสินบนข้ามชาติตีกระหน่ำจนน่วม ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะปรับ ครม.หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ว่าในปัจจุบัน ป.ป.ช.จะยกคำร้องคดีนี้ไปแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยข้อกังขา เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่า ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกาตัดสินลงโทษบริษัท อินวิชั่น เทคโนโลยี จำกัด  ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องซีทีเอ็กซ์ หรือเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดและสารเสพติดให้กับบริษัทในไทย เนื่องจากมีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ พรรคการเมืองไทย วงเงิน 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐ
การโกงกินจากสนามบินสุวรรณภูมิที่คุยนักคุยหนาว่าสร้างเสร็จในยุคทักษิณนั้น ยังมีอีกจำนวนมากที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งตรวจสอบ ประกอบด้วย
-โครงการถมทรายรันเวย์ตะวันออก มูลค่า 1,500 ล้านบาท-โครงการติดตั้งระบบสารสนเทศด่านตรวจคนเข้าเมือง  169 ล้านบาท
-โครงการวางท่อร้อยสายไฟอาคารผู้โดยสาร 2,000 ล้านบาท
-โครงการครัวการบิน (การบินไทย) ผลตอบแทน 116 ล้านบาท
-โครงการคาร์โก 400 ล้านบาท -โครงการบริการอุปกรณ์บริการภาคพื้นและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการซ่อมบำรุง
-ตรวจสอบการให้คิงเพาเวอร์ได้รับการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร
ชื่อของ "เจ๊ ด." โด่งดังในวงการหักค่าหัวคิวก็จากการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมินี่เอง โดยเฉพาะความอื้อฉาวเกี่ยวกับรถเข็นสัมภาระผู้โดยสารสูญหายถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,000 คัน โดยผู้รับเหมาคือ บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส กราวนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ TAGS ที่ได้ค่าจ้างดูแลรถเข็น 532 ล้านบาท แต่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แถมยังได้งานสัมปทานงานในสนามบินสุวรรณภูมิเกือบสิบสัญญา  มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทด้วย
โดยมีการพบพิรุธมากมายเกี่ยวกับโครงสร้างของบริษัทดังกล่าว ตั้งแต่มีการเซ็นเช็คโอนเงินในวันหยุดทำการ 31 ธ.ค.2548 ไปยังสิงคโปร์จำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมาก็มีกลุ่มทุนจากสิงคโปร์คือบริษัท โฟร์บิเซอร์ ทีพีซี จำกัด เข้ามาถือหุ้น 48.5% ท่ามกลางข้อครหาว่า เจ๊ ด.มีนอมินีถือหุ้นแทนอยู่ในบริษัทนี้
การโกงกินอย่างมูมมาม ไร้สำนึกของรัฐบาลทักษิณที่กระทำต่อสนามบินสุวรรณภูมิ ถูกเปิดโปงว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานทำให้รันเวย์ร้าว โดย เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หัวหน้าข่าวสายความมั่นคงหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ในขณะนั้น จนทำให้ผู้มีอำนาจบีบต้นสังกัดให้ไล่ เสริมสุข ออกจากการเป็นนักข่าว เมื่อวันที่ 29 ส.ค.48 ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดเผยเอาไว้ว่า ได้รับการต่อรองจากต้นสังกัดให้ออกพร้อมเงินสดเกือบสามล้านบาท แต่ไม่รับ จนถูกไล่ออกตามแรงบีบของผู้มีอำนาจในขณะนั้น
ความอหังการในวิชาชีพสื่อสารมวลชนของ เสริมสุข  (ปัจจุบันเป็น บ.ก.ข่าวการเมืองและความมั่นคงไทยพีบีเอส) คือ การเดินหน้าต่อสู้ในทางกฎหมาย กระทั่งได้รับชัยชนะในที่สุด ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ข่าวของเขาเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา เพราะสภาพรันเวย์ร้าวประจานการทุจริตโดยที่มิอาจปกปิดได้อีกต่อไป
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดสะท้อนตัวตนทักษิณในคราบนักธุรกิจการเมืองได้เป็นอย่างดี ว่าเขาคือนักบริหารที่ดีและซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติหรือไม่ โดยสรุปได้ดังต่อไปนี้
ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของคนในครอบครัวปกป้องคนทุจริต หนีการตรวจสอบในสภาด้วยการปรับครม. ลุแก่อำนาจ แทรกแซงสื่อ ไม่ยอมรับการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย
คำโม้ที่อ้างว่า "ผมรวยไม่โกง" นั้น ไม่เป็นความจริง  เพราะตลอดการบริหารประเทศ แม้เขาจะได้รับแรงสนับสนุนจากคนจำนวนมาก เพราะนโยบายประชานิยมหว่านเงินแจก   แต่ขณะเดียวกันเขาก็ถูกปฏิเสธจากปัญญาชนที่มีความรู้และเข้าใจสันดานของคนโกงชาติด้วยเช่นเดียวกัน จนได้บทสรุปว่า "รวยแล้วไม่โกง" ไม่มี มีแต่ "รวยแล้วไม่พอ" มากกว่า ดังนั้น การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจึงไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลทักษิณ แต่เป็นอนุสรณ์ให้คนไทยระลึกถึงการคอร์รัปชันอย่างมโหฬารมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการสร้างภาพด้วยการปิดสนามบินดอนเมืองไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่จนคนไทยถูกตบตาเสียสนิท ปล่อยให้สนามบินดอนเมืองร้างทั้งที่ยังใช้ประโยชน์ได้ จนกระทั่งในยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะให้กลับมาใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้ง และเบรกไม่ให้ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จากภูมิใจไทยที่เคยอยู่คอกเดียวกับไทยรักไทยมาก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2
กระทั่งในปัจจุบัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นผู้ยืนยันหนักแน่นว่าจะต้องให้มีสนามบินเดียว คือสนามบินสุวรรณภูมินั้น ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าทำไม่ได้ จนกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้งตามแนวทางที่ อภิสิทธิ์ วางไว้ แถมยังกล้าเอาหน้าว่าเป็นผลงานตัวเองด้วย
จากที่พี่ชายยืนยันว่าประเทศต้องมีสนามบินเดี่ยว  (Single Airport) โดยวาดฝันให้คนไทยเคลิ้มไปว่า สนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นศูนย์กลางการบิน (HUB) แห่งภูมิภาคเอเชีย  กลายเป็นว่า ยิ่งลักษณ์ สุดปลื้มยกดอนเมืองเป็นสนามบินพาณิชย์สากลแห่งที่ 2 คู่แฝดสุวรรณภูมิ
ประเทศไทยไม่เพียงถูกปล้นโดยคนชั่วที่ไร้สำนึกเท่านั้น  แต่ยังต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็นไปกับการสร้างภาพให้ทักษิณเป็นผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่โดยใช้เงินแผ่นดินไปจำนวนมาก เพราะการกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้งก็ต้องมีการบูรณะ ซ่อมแซมใหม่ ซึ่งจริงๆ ไม่ควรต้องเกิดขึ้น หาก ทักษิณ บริหารเพื่อชาติไม่ใช่เพื่อชิน
ถ้าใครยังกล้าอ้างว่า ทักษิณ "โกง...จนสร้างสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จ" ก็ขอให้สวนกลับไปเลยว่า ทักษิณ "โกงอย่างบูรณาการจนสนามบิน 7 ชั่วโคตรสำเร็จแบบไร้มาตรฐาน".

ADVERTISEMENT