ดูเหมือนตอนนี้คุณหนูปูแดงมีทางเลือก เพียง 4 ทางเลือก ก็คือ
1. เป็นน้องสาวที่ดีของทักษิณแต่เป็นนายกฯที่ชั่วของประชาชน หากเลือกทางนี้ ย่อมต้องมีการสูญเสียของฝ่ายต่อต้าน จากการปราบปรามของทางการอย่างแน่นอน หรืออาจเกิดจากการเผชิญหน้าปะทะกันกับผู้สนับสนุนของรัฐบาลอย่าง นปช. แล้วคุณหนูปูแดงก็ไม่แคล้วต้องเป็น ทรราช
2. เป็นน้องสาวที่ชั่วของทักษิณแต่เป็นนายกฯที่ดีของประชาชน หากเลือกทางนี้ ทักษิณคงไม่เอาไว้ เตรียมตกกระป๋องไปเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านได้
3. เป็นน้องสาวที่ดีของทักษิณและเป็นนายกฯที่ของประชาชนด้วย ทางเลือกนี้มีโอกาสเป็นไปได้เพียง 0% เพราะมันขัดแย้งกัน
4. เป็นน้องสาวที่ชั่วของทักษิณและเป็นนายกฯที่ชั่วของประชาชน ทางเลือกนี้จะทำก็ได้แต่คุณหนูปูแดงคงไม่โง่ขนาดนั้น เพราะทางเลือกนี้เป็นการสร้างศัตรูทั้งสองด้าน ทักษิณก็ไม่เอาไว้ ประชาชนก็ไม่เอาไว้ คุณหนูปูแดงอยู่ยาก
ใคร ๆ ก็ดูออกว่าสุดท้ายคุณหนูปูแดงต้องยอมตีสองหน้าเหนียมอายต่อไป โดยทางเลือกที่ 1 เพราะจะมีคนเป่าหูบอกว่า "ฝ่ายเรามีเสียงข้างมาก มีผู้สนับสนุนเยอะแยะ ทั้ง นปช. ทั้ง คนเสื้อแดง จะคอยกดคอยข่มฝ่ายต่อต้านเพื่อให้เกมส์เดินไปตามทางของฝ่ายเรา" ซึ่งคุณหนูปูแดงมักจะเชื่อลมปากของคนเหล่านั้นอยู่แล้ว ก็คงเดาฉากจบของคุณหนูปูได้ไม่ยาก
จะเห็นว่า ทักษิณ นอกจากจะเป็นคนโกงแล้วยังเป็นคนอำมหิตอีกด้วย รู้ทั้งรู้ว่าน้องสาวตนเองเก่งหรือโง่แค่ไหน แต่ยังดันทุรังให้น้องสาวยอมเสียสละเพื่อตัวเอง คนคนนี้จิตใจทำด้วยอะไรหรือว่าไม่มีจิตใจก็มิอาจทราบได้ ในขณะเดียวกันคุณหนูปูแดงหากรู้จักตัวเองดีก็คงไม่อาสามารับงานน้ให้พี่ชาย แต่นี่คุณปูแดงหาได้รู้จักตัวเองไม่ แต่กลับหลงในคำสอพลอของสมุนขี้ข้าเสียจนหลงตัวเองไปเลย ก็เลยสนใจแต่เรื่องแต่งตัวแต่งหน้าแต่งตาฉวยโอกาสตอนที่ตนเองได้เป็นนายก ฯ เล่นเอาคนไทยทั้ง 60 ล้านคนอับอายคนไปทั่วโลก
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ความชั่วที่กล่าวกันไม่หมดของทักษิณ คนไทยไม่ควรลืม
ผมคัดลอกมาจาก http://www.oknation.net/blog/abigblog/2010/02/16/entry-1 เพื่อเก็บไว้เตือนความจำ
1. แก้ พรบ.สรรพสามิตโทรคมนาคม ให้เสียภาษีน้อยลง ได้ผลประโยชน์ 8,000 ล้าน
2. ลดสัมปทาน itv ได้ผลประโยชน์ 20,000 ล้าน แถมได้สถานีโทรทัศน์ที่เคยมีอุดมการณ์ เปลี่ยนมาทำลายวัฒนธรรม โดยการเอาหนังเกาหลีมาฉาย และปิดสื่อความไม่ดี สร้างภาพดีๆให้ตัวเอง (กลุ่มชินคอร์ป ถือหุ้น itv 53%)
3. ตั้ง ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้พี่ชายตนเองคุมทหาร
4. ตั้ง เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น รอง ผบ.ตร. ก็ได้พี่เขยตนเองคุมตำรวจ
5. ตั้ง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็น ประธาน กกต ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กกต.
6. ตั้ง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็น ผอ.กองสลาก ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กองสลาก
7. ตั้ง พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เพื่อนคุณหญิงอ้อ...มาคุมทุกเหล่า
8. กล่าวคําพูดท้าทายพวกก่อการร้ายในภาคใต้ว่าเป็นแค่โจรกระจอกอย่าไปใส่ใจทํา ให้เกิดความรุนแรงคนตายมากมายและยังหลุดปากด่าทหารว่าสมควรตาย
9. ปล่อยเงินกู้ให้พม่า 4,000ล้าน เพื่อนำมาเช่าช่องสัญญาณ IP Star ของตัวเอง ถึงกำหนดแล้วพม่ายังไม่ใช้หนี้เลย
10. เจรจาเซ็น FTA กับจีน ให้จีนนำเข้า หอม กระเทียม เข้ามาไม่เสียภาษี เกษตรกรที่ปลูกหอมปลูกกระเทียมทางเหนือก็ตายสิครับ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณดาวเทียม IP Star
11. เจรจาเซ็น FTA กับออสเตเรีย ให้นำเข้า นม ไวน์ เข้ามาไม่เสียภาษี ทำลายเหล้าไวน์พื้นบ้านOTOP ทำลายนมพระราชดำริ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณ IP Star
12. ในเดือนพฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ของชินแซทเทิลไลท์ โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่เป็นกิจการที่ลงทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่รู้ไปยกเว้นภาษีทำไม บริษัทจึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้อีก 16,459 ล้านบาทต่อปี
13. แปรรูปขายหุ้น ปตท วันแรก เปิดขายหุ้นหมดภายใน 1 นาที 17 วินาที ตระกูลใครละที่ได้ซื้อหุ้นไป หลังจากแปรรูป น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ให้กองทุนน้ำมันของคนไทยขาดทุนกว่า 70,000 ล้านบาท แต่ ปตท ได้กำไรปี 2548 จำนวน 160,000 ล้านบาท แล้วกำไรแทนที่จะเป็นของรัฐ ก็กลายเป็นกำไรของตระกูลพวกถือหุ้น
14. ซุกหุ้นภาคแรก ให้เมียตัวเองขึ้นศาลรับผิด ซุกหุ้นภาค2 ให้ลูกชายตัวเองขึ้นศาลรับผิด ไหนบอกว่ารักครอบครัวไง
15. บริษัทของลูกท่านได้เงินกู้ 5,000 ล้าน จาก ICT ดอกเบี้ย0% ไม่กำหนดเวลาชำระคืน แถมได้รับการเว้นภาษีจากบีโอไออีก ทำสวนสนุกได้รับการเว้นภาษี
16. ได้รับสัมปทานสื่อโฆษณาที่รถไฟใต้ดิน โดยที่ไม่ได้รับการเปิดประมูลเพื่อแข่งขันกับบริษัทอื่น
17. ทักษิณ สั่ง รมต. กลางวง ครม. ลดค่าเช่าพื้นที่ย่านสยามสแควร์ เปิดทางลูก-หลานเปิด สตูดิโอ – ร้านกาแฟ อ้างค่าเช่าแพงเกินจริง
18. ลดเงินค่ารถไฟฟ้า-ใต้ดิน พอดีกับงานสวนสนุกธุรกิจของลูกๆ สอดคล้องสนับสนุนกันพอดี บังเอิญจริงๆ
19. ทักษิณพูดว่า “จังหวัดไหนเลือกไทยรักไทย จะให้ความดูแลก่อน” น้ำท่วมภาคใต้ 5 วันแล้ว แต่ทักษิณไปช่วยหาเสียง เลือกตั้งซ่อม ไปกินก๋วยเตี๋ยวสร้างภาพ ไปเดินตลาดหาเสียง ทั้งๆที่มี สส อยู่เต็มสภาแล้ว แต่ที่ต้องลงใต้ไปดูน้ำท่วมวันศุกร์เช้า เนื่องจากกลัวสนธิพูดตอนเย็นในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
20. การที่มีพวกพ้องตัวเองเป็น กกต. จึงเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งให้สามารถโกงการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นได้อีก 2 วิธี
o ปั๊มตรายางอีกชุดรอเวลาเปลี่ยนกล่องบัตรได้ทุกเวลา
o หมึกมีแบบล่องหน และ แบบโผล่ขึ้นมาได้ (ในทางเคมีสามารถทำได้)
21. ปิดข่าวเรื่องไข้หวัดนกทําให้ชาวบ้านที่ไม่ทราบต้องตายแล้วยังไปแสดงการกินไก่ไปหัวเราะไปเพื่อ ซีพี.นายทุนพรรคเท่านั้น
22. ทําให้เกิดการฆ่าตัดตอนประชาชนผู้บริสุทธิ์ กว่า 2000 คนจากการปราบยาบ้าสั่งฆ่าคนได้หน้าตา เฉย โหดร้ายทารุณ
23. ซุกหุ้นปั่นหุ้น ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้กับญาติพี่น้อง เอาเงินไปฟอกต่างประเทศ เอาเปรียบในการทําธุรกิจผูกขาด ทั้งรับทั้งจ่ายใต้โต๊ะจนคนในวงการธุรกิจเขารู้กันหมดค้า กำไรเกินควร จนรํ่ารวย มหาศาลโกง
24. ที่ดินวัดของสนามกอล์ฟอัลไพน์ มีคนโกงที่ดินธรณีสงฆ์เอามาทำสนามกอล์ฟ แล้ว ทักษิณ ไปซื้อต่อทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่ดินนั้นได้มาไม่ถูกต้อง เพราะไม่กลัวบาปกรรม
25. ประชาชนเสียรู้ทักษิณ เรียนฟรี 12 ปี นโยบายรัฐที่เปิดช่องให้โรงเรียนนำค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมาเพิ่มแทนค่าเทอม นั่นแหละ สุดท้ายก๊อไม่ได้เรียนฟรีอยู่ดี เป็นความล้มเหลวที่เห็นได้ชัดเจนของการปฎิรูปการศึกษาไทย ประชาชนจะถูกหลอกอีก 4 ปีเอาเข้าไป เป็นความจริงที่สุดเลย นี่คือการโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในโลกนี้ ซึ่งหาดูไม่ได้ที่ไหนนอกจากประเทศไทย ที่กฎหมายบอกว่าเรียนฟรี แต่ความจริงมีใครบ้างที่เรียนฟรี ถามผู้ปกครองทุกคนดูได้เลย ออกความเห็นแค่นี้นะ ขอตัวไปกู้เงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกก่อน
26. ชั่วเวลาแค่ปีเศษ ๆ รัฐบาลชุดนี้ก็ทำให้สถานการณ์ภาคใต้ที่ร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายสิบปี กลับร้อนระอุกลายเป็นแดนมิคสัญญี
27. เช่าน่านฟ้า เช่าผืนแผ่นดินไทย ราคาเช่าช่างถูกจัง มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า ตนเองน่าจะรู้ดี ไหนบอกว่าแผ่นดินไทยจะไม่ให้หายแม้แต่ตารางนิ้วเดียวไง ใช้อำนาจจนเลยเถิดไม่เห็นด้วยคิดไงท่าน นายก ที่ให้เช่า 15 ปี แถมมีเปลียนสัญญาได้ ทุกๆๆ 5 ปี เหมือนทำ ธรุกิจเลยอ่าขอเชิญชาวไทย เรียกร้องอฺธิปไตยชาติไทยกลับมาด้วยขอให้มี สส สว ที่ยังพอมีความเป็นไทย ทีมิใช่มีความเป็น ทรท. ช่วยกันคัดค้าน ล่ารายชื่อด้วยครับผมว่ามันเกี่ยวกันหมดแหละครับ ตั้งแต่ AIS (มือถือ) ไทยคม1 ไทยคม2 IPstar ชินคอร์ป ธนาคาร ธุรกิจ การเมือง อยู่ในมือสิงคโปร์ทั้งหมดแล้วครับ
ชัดเจน มีผลประโยชน์ทับซ้อนแหง๋ ไม่งั้นไม่งุบงิบกันทำหรอก อย่านึกว่าประชาชนโง่ นะคุณนายก
ยุคทักษิณคือ ยุคของเงินเหนือรัฐ ยุคตำรวจรังแกประชาชน ยุคทหารฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยุคความรุนแรงอยู่เหนือเหตุผล
28.ฉลาด อย่างตัวจับยาก เอาเงินหลวง ไปหว่านให้รากหญ้าแล้ว ผ่านกระเป๋ารากหญ้า แบบเคาะกะลาให้หมาดีใจ ผ่านธุรกิจมือถือ เข้ากระเป๋ามันเอง
29.ยุบสภาหนีความผิด เนื่องจากนายกองค์การนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ล่า 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง
30. ยุบสภาได้ยังไงไม่ได้มีปัญหาภายในสภาสักหน่อย อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้ ฝ่ายค้านมีไม่พอ
31. วันที่ประกาศยุบสภา ประกาศพร้อมกันว่าให้ไปเลือกตั้งวันที่ 2 เมษา ได้ยังไง รู้ได้ยังไง ไหนว่า กกต. เป็นกลางไง
32. คุณหญิงพจมาน อยากมีสมเด็จพระสังฆราชประจำตระกูลตัวเอง จึงให้นายวิษณุ เครืองาม ลงนามแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสโณ วัดสระเกศ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2547 เสมอกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา อ้างว่า สมเด็จญาณฯ ทรงประชวร ไม่สามารถประกอบศาสนกิจได้ ทั้งๆที่มี VDO วันที่ 13 มีนาคม 2547 สมเด็จพระสังฆราชพระราชทานรางวัลให้กับเด็กนักเรียน ที่ได้รับทุนของมหามกุฏราชวิทยาลัย ในการประกวดเรียงความเรื่อง สมเด็จพระสังฆราช 90 พรรษา
33. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ตรวจเจอการทุจริตของรัฐบาลหลายเรื่อง ล่าสุดตรวจสอบเจอการทุจริต CTX ทางรัฐบาลจึงอ้างว่ากระบวนการสรรหาคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(ผู้ว่าการ สตง.) มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ทั้งๆที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) คุณหญิงปิดห้องทำงานแล้วยังไปงัดห้องคุณหญิง คิดจะหาหลักฐานทุจริตที่ห้องคุณหญิง ล่าสุดคนดีอย่างคุณหญิงก็ได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม
34. จัดซื้อเครื่องบินรบ ซู30 ตั้งงบประมาณไว้ 35,000ล้าน ทั้งที่รัสเซียบอกว่าขายแค่ 20,000ล้าน กะจะกินตั้ง 15,000ล้าน เครื่องบินเป็นแบบบินระยะไกล เสียค่าซ่อมเยอะ (ไทยนี้รักสงบ) เราเป็นพวกบุกรุก หรือ ตั้งรับ ถ้าเราเป็นฝ่ายตั้งรับ แล้วจะซื้อเครื่องบินระยะไกลทำไม ให้ช่างทหารอากาศเลือกซื้อ ทำไมไม่ให้นักบินเป็นคน เลือก เพราะฝ่ายช่างอยู่ในความดูแลของ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา สามีของเพื่อนคุณหญิงพจมาน...
35. ก่อนขายหุ้นบอกว่าจะไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ 4 วัน เดินเล่นที่สิงคโปร์ไปเดินครึ่งวันอยากมากก็วันเดียว ก็ไม่รู้จะไปเดิน ที่ไหนแล้วนี่ไปถึง 4 วันเจรจาขายหุ้น แต่โกหกประชาชนคนไทยว่าจะไปพักผ่อน บอกตรงๆก็ได้
36. จัดซื้อ CTX ราคา ระหว่าง บทม.และใบแจ้งราคาสินค้าของบริษัท อินวิชั่นฯ เป็นเงินประมาณ 283,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11.30 ล้านบาทต่อเครื่อง หากคิดรวม 26 เครื่อง เป็นเงิน 7.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 294.4 ล้านบาท ซึ่ง “ส่วนต่าง” ราคานี้ถูกนำไปใช้บันทึกซ้ำซ้อน โดยอ้างว่า เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการซื้อเพิ่มเติม ทั้งที่รวมอยู่ในราคา 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,432 ล้านบาท กะจะกิน 1,432ล้าน – 294.4ล้าน = ?
37. ร่วมทุนชินคอร์ปกับมาเลเซีย เปิดธุรกิจสายการบิน Low Cost แล้วสั่งยกเลิกเที่ยวบินการบินไทยที่ได้กำไร แล้วเอาสายการบินของตัวเองไปบินทับที่แทน ทำให้การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินของคนไทยขาดทุน แล้วทำ หนังสือถึงหน่วยงานราชการว่านอกจากการบินไทยแล้ว สามารถใช้งบหลวงเบิกค่านั่งเครื่องบิน Low Cost ได้ด้วย แล้วยังขายหุ้น Low Cost ให้สิงคโปร์อีก ทำให้ Low Cost ที่มีเที่ยวบินที่กำไรดีที่สุด(แย่งจากการบินไทย) เป็นเที่ยวบินของ มาเลเซีย+สิงคโปร์ (ขายชาติ)
38. โทรศัพท์เครื่องที่ระบบ 1900 "ไทยโมบาย" ของ ทีโอที มันให้ ทีโอที ตั้งเสาเฉพาะใน กทม. ส่วนในต่างจังหวัด มันไม่ยอมให้ตั้งเสาทั้งๆที่ ทีโอที มีที่ดินอยู่มากมายในต่างจังหวัด มันสั่งให้ ระบบ 1900 ของทีโอที ในต่างจังหวัด ใช้เสาสัญญาณของ AIS โดยโทร 3 บาท ทีโอที ต้องจ่ายให้ AIS 2 บาททีโอที ได้ 1 บาท สุดยอดไหมละครับ
39. ปี 2535 – วิ่งเต้นจนได้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคมโดยการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลเผด็จ การ รสช. โดยอิงความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งก็ชดใช้บุญคุณมาจนถึงสนับสนุน 2 คนสนิทของท่านให้ได้ดีในยุคนี้ คือ พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ เคยได้เป็นรมว.กลาโหม และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ เพิ่งได้เป็นผบ.สูงสุด
40. การพูดจาบจ้วงดูหมิ่นพระบรมฯ
o สำนักราชเลขาฯ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเครื่องบินราชพาหนะลำใหม่..แทนลำเก่าที่ชำรุดมากแล้ว .....ทักษิณ อ้างว่า ไม่มีงบประมาณ แต่สุดท้าย ซื้อเครื่องบินไทยคู่ฟ้าให้ตนเองและครอบครัวนั่งก่อน..จากข่าวที่น้องสาว ทักษิณใช้เครื่องบินไปฉลองวันเกิดที่เชียงใหม่...............
o ทักษิณ ชินวัตรใช้อุโบสถวัดพระแก้วในการทำบุญประเทศ (แต่แต่งกายในชุดสบายๆไม่เป็นทางการ) ทั้งๆที่ประธานในการทำบุญระดับประเทศควรเป็นพระองค์ท่านมากกว่า...ที่สำคัญ อุโบสถวัดพระแก้วเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับประกอบศาสนพิธีของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน..ไม่มีการขอพระบรมราชานุญาต..พอสนธิพูดในรายการ ..รีบขอพระบรมราชานุญาตย้อนหลัง...จนพระองค์ท่านออกมาตรัสในวันที่ 4 ธันวาคมว่า นายกฯจะให้ท่านทำอะไรก็ทำให้หมด แต่ควรพิจารณาด้วยว่า สมควรหรือไม่
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ผีที่ไหนจะจงรักภักดี....คนระดับทักษิณมีการศึกษาสูงพอ ผ่านงานพระราชพิธีมามากมาย..ย่อมควรรู้ดีว่าสมควรพูดเช่นนี้หรือไม่....ถ้า มีปัญญาก็ควรพูดว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ใครเล่าที่จะจงรักภักดี มากกว่าครับ
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ถ้าในหลวงมากระซิบข้างหู...(พูดว่าข้างหู) ว่าออกเถอะ จะกราบพระบาทบังคมลาทันที...คำหลังยังใช้ราชาศัพท์เป็น แต่คำหน้าไหงใช้คำว่า มากระซิบข้างหู...ทักษิณ ไม่ควรทำตัวเสมอพระองค์ท่าน
o แม่ยายของทักษิณ กล่าวจาบจ้วงว่า บางทีตนอาจขอม็อบพระราชทานบ้าง คำว่า สิ่งพระราชทาน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มงคล เป็นสิ่งที่ดี แต่คำว่า ม็อบ หมายถึง กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องบางอย่าง พระองค์ท่านจะพระราชทานได้อย่างไร...ไม่สมควรพูด
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ตนเป็นนายกฯพระราชทานอยู่แล้ว ถ้าได้กลับมาอีกครั้ง พระองค์ท่านต้อง...ใช้คำว่า ต้อง เซ็นต์ให้ตนเป็นนายกฯอยู่วันยังค่ำ
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า โผทหารที่นายกฯเซ็นต์แล้ว ใครจะกล้าเปลี่ยน...หมายถึงใคร เพราะโผทหารหลังจากนายกฯเซ็นต์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำทูลเกล้าฯ ใครที่นายกฯหมายถึง........ การจาบจ้วงด้วยวาจาและการกระทำถึง 7 ครั้ง ไม่เห็นมีใครที่บอกว่า รักในหลวง ออกมาปกป้องพระองค์ท่านสักคน โดยเฉพาะตำรวจและทหาร พอสนธิออกมาปกป้อง..ก็โจมตีกันใหญ่..ไม่เข้าใจคนไทยเลยครับ
41. ใช้หนี้ IMF เกิดจากการออกพันธบัตรให้คนไทยและชาวต่างชาติซื้อ แล้วนำเงินไปใช้หนี้ ความจริงก็คือ *** ้หนี้จากคนไทยและชาวต่างชาติ มาใช้หนี้ IMF สร้างภาพ เพราะเราก็ยังเป็นหนี้อยู่ดี
42. ตัวเลขรายได้เฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้น ถ้าไม่นำรายได้ของทักษิณมารวม แล้วหาร 60ล้าน ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นไหม? พ่อแม่พี่น้องคิดดูดีๆ
43. โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยยากจนไม่ต้องเสียเงินรักษาแม้แต่สตางค์เดียว ส่วนคนพอมีเงินบ้างก็จ่ายตามมีตามเกิด คนรวยไม่ต้องพูดถึง จ่ายเต็มที่อยู่แล้ว ทำให้โรงพยาบาลมีเงินหมุนเวียนจับจ่ายซื้อยาได้เต็มที่ ผู้ป่วยก็ได้รับการรักษาเท่าเทียมกันไม่แบ่งชั้น การฟ้องร้องหมอก็มีน้อย แต่พอนายทักษิณเข้ามา แล้วมีโครงการ 30 บาทตายทุกโรค คนทุกระดับเสีย 30 บาทเท่ากันหมด ทำให้โรงพยาบาลขาดทุนยับเยิน ทำให้ไม่สามารถจับจ่ายซื้อยาดีๆมารักษาผู้ป่วยได้ คนไข้ตายมากขึ้น มีการฟ้องร้องหมอมากขึ้น จนหมอส่วนหนึ่งลาออกไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนหรือเลิกอาชีพแพทย์ไปเลย คนมีเงินส่วนใหญ่ไม่อยากไปรักษา รพ รัฐ เพราะกลัวตาย จึงหนีไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน ทักษิณวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอย่างนี้ จึงไปกว้านซื้อ รพ เอกชนดีๆไว้เกือบหมด เพื่อขูดรีดคนพอมีเงิน ส่วนคนชั้นกลางจะหนีโรงพยาบาลรัฐไปหาหมอที่คลินิก อย่าเข้าใจผิดว่าหมอที่เปิดคลินิกเป็นหมอพาณิชย์ หมอที่ทำงาน รพ รัฐ เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 8,000 บาท (แปดพันบาท) เพิ่งได้ขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วเป็น 10,000 บาท ตอนเกษียณอายุได้เงินเดือนแค่ 30,000 กว่าบาท แล้วจะให้พอกินพอใช้ได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องเปิดคลินิกหลังเลิกงานเพื่อหารายได้เสริมพอเลี่ยงตัวเองและ ครอบครัว ส่วนใหญ่หมอคลินิกมักไม่คิดค่าตรวจ (doctor free) เพราะได้กำไรจากค่ายาค่อนข้างเยอะแล้ว เพราะสามารถซื้อยาจากบริษัทยาได้ในราคาเป็นแกลลอน ซึ่งต่างจากร้านขายยาทั่วไปต้องซื้อเป็นขวดเล็กๆ ราคาจึงต่างกันมาก ยกตัวอย่าง ยาพาราแก้ไข้ ขนาด 60 ซีซี ร้านขายยาขายขวดละ 12-60 บาท แต่คลินิกเอายาจากแกลลอนแบ่งใส่ขวด 60 ซีซี ราคาทุนแค่ขวดละ 3-15 บาทแล้วแต่ยี่ห้อ ดังนั้นหากหมอขายในราคาเท่าร้านขายยาก็ได้กำไรมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดค่าตรวจ ทำให้ค่ารักษาพยาบาลในคลินิกถูกกว่าในโรงพยาบาลเอกชนมาก และแพงกว่าใน รพ รัฐไม่มาก คนชั้นกลางจึงไปใช้บริการของคลินิกมาก เพราะบริการดีกว่าเร็วกว่า ทักษิณรู้แกวจึงวางแผนกดดันคลินิก โดยบังคับให้คลินิกเลิกจ่ายยาให้ผู้ป่วย แต่ให้ผู้ป่วยจ่ายค่าตรวจเพื่อแลกกับคำวินิจฉัยและใบสั่งยา เพื่อเอาไปซื้อที่ร้านขายยาแทน จากนั้นก็ให้ยายสุดารัตน์ไปเทคโอเวอร์ยี่ปั๊วขายยาที่ขายให้แก่ร้านขายยาราย ย่อยและโรงพยาบาล ตัวอย่างคือ บริษัทฟาสซิโน และอื่นๆ เพื่อเป็นโมโนโปลี่ขายยาแต่ผู้เดียวขูดรีดจากผู้ป่วยได้ตามใจชอบ ทำให้ผู้ป่วยชั้นกลางเลิกมาคลินิก เพราะไม่อยากเสียเวลา 2 ต่อ แถมยังเสียเงินแพงพอๆกับ รพ เอกชนอีกด้วย จึงหันไป รพ เอกชนแทน ทักษิณจึงกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนดีๆไว้ ทักษิณมันเลวมั๊ย.......
44. บ้านเอื้ออาทร...ช่วยให้เป็นหนี้กองทุนวายุพักตร์ของตัวเอง แต่เอาธนาคารรัฐมาบังหน้าไว้ก่อน ทั้งที่เราก็มี อาคารสงเคราะห์มาตั้งนานแล้ว แถมเอาที่ดินราชพัสดุมาทำอีก ไม่ได้ลงทุนอะไรสักอย่างแต่กำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง...นี่แหละ นายกนักธุรกิจ
45. กองทุนหมู่บ้าน ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว กองทุนหมู่บ้านนับว่าเป็นนโยบายที่ดีมากๆๆๆ แต่การนำมาใช้กับประเทศไทยนี่นับว่า ไม่ควรครับ เพราะ เป็นการทำให้ ชาวบ้านเอาหนี้นอกระบบ มาเป็นในระบบ และในที่สุด ชาวบ้านก็ชักดาบ ไม่จ่ายเงินให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพราะว่า ไม่มีกฏหมายตัวไหนจะเล่นได้เลยครับ จะใช้ กฏหมายแพ่งมาเล่น กับการที่ไม่ยอมใช้หนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่า นี่มันขัดกับหลักการของ กองทุน จริงๆจะเล่นก็ได้ครับ แต่ถ้าเล่นแล้วรับรองว่า เป็นข่าว ทางรัฐก็เลยยอมๆเงียบๆไป และตามหลักการแล้ว เงินกองทุนที่เขาให้เอามานั้น เขาให้เอามาลงทุน ครับ ไม่ใช่เอามา ดาวส์รถ ซื้อ มือถือ ครับ นี่นับว่าผิดวัตถุประสงค์กองทุน และไม่ได้ดำเนินตามหลักการเลยแม้แต่นิดครับ ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า คนควบคุมกองทุนในแต่ละหมู่บ้านนั้น ก็คือ คนในหมู่บ้านกันเอง และก็เป็น ผู้ใหญ่บ้านนั่นเองครับ ซึ่งก็ไม่ได้รับการอบรมเรื่องการบริหารเงินเลย และก็ยังมีนอกมีในอีก กองทุนหมู่บ้านจึงล้มเหลวด้วยประการนี้ครับ
46. ถ้าประชาชนเป็นหนี้ ธกส.แล้ว บ้านเอื้ออาทร และกองทุนหมู่บ้านก็แล้ว สิ้นเดือนหาเงินจ่ายดอกไม่ได้ อย่าลืม *** ้ Capital OK ธุรกิจผมนะครับ
47. แปรรูปการท่าเรือ แล้วทำโครงการพัฒนาท่าเรือคลองเตย ต่อด้วยท่าเรือบ้านฉาง แล้วให้เทมาเส็กซื้อหุ้นการท่าเรือของประเทศ โดยมีข้อตกลงให้ขุดคอขอดกระ ดังนั้นจึงมีโครงการ Mega Project ขุดคอขอดกระ ขณะที่เทมาเส็กสิงคโปร์ขายท่าเรือที่ประเทศตัวเองให้กับดูไบ
48. ให้สัมปทานเหมืองทองคำ 19 ปีที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์กับออสเตรเลีย โดยไทยได้ค่าสัมปทานประมาณ 250 ล้านบาท ค่าดำเนินการ 30 ล้านบาท ได้ค่าภาษี 700 ล้านบาท ต่างประเทศได้จากการส่งออกทองคำที่ขุดได้กว่า 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันขุดหมดแล้วรวมเวลา 4ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอสัมปทานเหมืองทองคำที่ใหม่ต่อ จาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
49. ร่าง พรบ.เศรษฐกิจพิเศษ กำลังพยายามเปลี่ยนกฎหมายให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินได้ จะเหมือนเกาะฮ่องกง ที่เคยเป็นของอังกฤษ, ใครทำผิดกฎหมายมาจากจังหวัดอื่น พอเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ กฎหมายนั้นไม่สามารถ ทำอะไรได้, เปิดบ่อนเสรี, ออกพันธบัตรหรือตราสารหนี้ใช้เอง ฯลฯ จะยึดครองประเทศเหรอ? ล่าสุดคุณหญิงอ้อ ได้กว้านซื้อที่ แถวสุวรรณภูมิเตรียมไว้แล้ว
50. โอนหุ้นให้ขี้ข้า คนขับรถ ปกปิดเลี่ยงภาษี / เลี่ยง กม. เลือกตั้ง
51. เสนอเงินซื้อ สส. พรรคอื่น / ซื้อคนโง่ๆเห็นแก่เงินให้เลือกตน
52. พูดจาโกหกตอแหลเป็นอาจิณ ตลอดจนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ด่าว่าคนอื่นเขาโง่กันหมด
53. เป็นนายกได้ เพราะศาล รธน. มีมติฉิวเฉียด / เงินเข้ามาเกี่ยวอีกครั้ง เพราะข่าวคราวขณะนั้น มีข่าวว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงิน 300 ล้านบาทก่อนมีการตัดสิน
54. พูดภาษาอังกฤษเหมือนเด็ก ป.6
55. ลูกๆ ก็เก่งกันจัง โอ๊ค เรียน ม. แอบเอาข้อสอบ (โพยคำตอบ) เข้าไปลอกในห้องสอบ ปรากฏว่าถูกจับได้ ความจริงต้องถูกลงโทษสถานหนัก ทักษิณต้องไปเจรจาถึง ม. ราม บังเอิญนายกสภา ม. ราม เป็นพวกเดียวกัน (อีดี้) จึงรอดพ้นความผิดได้แบบสองมาตรฐาน ส่วน เอม สอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้จึงต้องหาทางซิกแซกโดยการเข้าเรียนโครงการพิเศษคณะ อุตสาหกรรมเกษตร ม. เกษตร ทั้งที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์ (ตามระเบียบคนที่มีสิทธิ์สอบจะต้องเรียนชั้นมัธยมปลายสายวิทย์เท่านั้น แต่ทะลึ่งสอบเข้าไปได้อย่างมหัศจรรย์ ผลสุดท้ายเรียนไปไม่รอดต้องย้ายคณะไปอยู่ภาคเรียนปกติ ซึ่งเป็นพวกที่สอบเข้าด้วยวิธีการสอบเอ็นทรานซ์ ซึ่งเป็นเป็นการโกงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐาน สำหรับอุ้งอิ้ง เป็นที่ทราบกันดีว่าสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ด้วยวิธีใด เพราะปีนั้นมีข่าวคราวข้อสอบรั่ว เป็นข่าวครึกโครม เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐานเช่นเดียวกัน สรุปแล้ว โคตรโกง และโกงทั้งโคตร
56 ทักษิณ สั่งเด้ง! ผวจ.-ผบก.ปัตตานีคนที่ถูกปืนลั่น น่าจะเป็นทั่นหน้าเหลี่ยนนะ ทั่นเล่นชี้นำขนาดนั้นหมาตัวไหนมันจะมากล้าขัดล่ะ เดี๋ยวก็ด่าเขาอีก
น่าจะรู้ตัวนะ ว่าตัวเองปาก*** น่ะ...พอทีนี้มาปฎิเสธว่าไม่ได้ชี้นำ...
57. ทักษิณ สั่ง กกต. เด็กผมเอง สั่งอะไร ไม่เคยขัด ผมเพิ่งเซ็นอนุมัติงบให้ทางกกตที่ขอมาไปวันก่อน จะกล้าขัดใจผมได้งัย
58. ทักษิณ ถูกตัดสินติดคุกแต่ไม่ยอมติดคุก จึงมีสถานะเป็นนักโทษหนีคุก ในขณะที่นักโทษคนอื่น ๆ เมื่อศาลสั่งติดคุก็คือติดคุก จึงปฏิบัติตัวเป็นสองมาตรฐานไม่ยอมรับการตัดสินของศาล
59. กรณีสั่งฆ่าพี่น้องชาวมุสลิมที่มัสยิดกรือเซะ โดยฝีมือทหารแก่ (ปัจจุบัน รับจ้างเผาบ้านเผาเมืองด้วยค่าจ้างรองเท้ากอล์ฟหนึ่งคู่) และกรณีเข่นฆ่าประชาชนที่ตากใบ โดยมีทักษิณบินบัญชาการด้วยตัวเอง
60. ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยทักษิณ ใช้อำนาจบาตรใหญ่สร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทในเครือของตระกูลทักษิณ
0. การปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีสรรพสามิต โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 30,667 ล้านบาท
0 การปรับลดส่วนแบ่งรายได้พรีเพดเป็น 20 % โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 39,588 ล้านบาท
0. การแก้ไขสัญญาโรมมิ่ง โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,595 ล้านบาท
0. การให้สิทธิประโยชน์ BOI ของไอพีสตาร์ โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,776 ล้านบาท
0. การสั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้พม่า โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 950 ล้านบาท
1. แก้ พรบ.สรรพสามิตโทรคมนาคม ให้เสียภาษีน้อยลง ได้ผลประโยชน์ 8,000 ล้าน
2. ลดสัมปทาน itv ได้ผลประโยชน์ 20,000 ล้าน แถมได้สถานีโทรทัศน์ที่เคยมีอุดมการณ์ เปลี่ยนมาทำลายวัฒนธรรม โดยการเอาหนังเกาหลีมาฉาย และปิดสื่อความไม่ดี สร้างภาพดีๆให้ตัวเอง (กลุ่มชินคอร์ป ถือหุ้น itv 53%)
3. ตั้ง ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้พี่ชายตนเองคุมทหาร
4. ตั้ง เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ เป็น รอง ผบ.ตร. ก็ได้พี่เขยตนเองคุมตำรวจ
5. ตั้ง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็น ประธาน กกต ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กกต.
6. ตั้ง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็น ผอ.กองสลาก ก็ได้ตำรวจพวกพ้องตัวเองคุม กองสลาก
7. ตั้ง พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เพื่อนคุณหญิงอ้อ...มาคุมทุกเหล่า
8. กล่าวคําพูดท้าทายพวกก่อการร้ายในภาคใต้ว่าเป็นแค่โจรกระจอกอย่าไปใส่ใจทํา ให้เกิดความรุนแรงคนตายมากมายและยังหลุดปากด่าทหารว่าสมควรตาย
9. ปล่อยเงินกู้ให้พม่า 4,000ล้าน เพื่อนำมาเช่าช่องสัญญาณ IP Star ของตัวเอง ถึงกำหนดแล้วพม่ายังไม่ใช้หนี้เลย
10. เจรจาเซ็น FTA กับจีน ให้จีนนำเข้า หอม กระเทียม เข้ามาไม่เสียภาษี เกษตรกรที่ปลูกหอมปลูกกระเทียมทางเหนือก็ตายสิครับ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณดาวเทียม IP Star
11. เจรจาเซ็น FTA กับออสเตเรีย ให้นำเข้า นม ไวน์ เข้ามาไม่เสียภาษี ทำลายเหล้าไวน์พื้นบ้านOTOP ทำลายนมพระราชดำริ ส่วนไทยได้ขายธุรกิจช่องสัญญาณ IP Star
12. ในเดือนพฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ของชินแซทเทิลไลท์ โดยให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้ที่ได้รับจากต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่เป็นกิจการที่ลงทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่รู้ไปยกเว้นภาษีทำไม บริษัทจึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้อีก 16,459 ล้านบาทต่อปี
13. แปรรูปขายหุ้น ปตท วันแรก เปิดขายหุ้นหมดภายใน 1 นาที 17 วินาที ตระกูลใครละที่ได้ซื้อหุ้นไป หลังจากแปรรูป น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน ให้กองทุนน้ำมันของคนไทยขาดทุนกว่า 70,000 ล้านบาท แต่ ปตท ได้กำไรปี 2548 จำนวน 160,000 ล้านบาท แล้วกำไรแทนที่จะเป็นของรัฐ ก็กลายเป็นกำไรของตระกูลพวกถือหุ้น
14. ซุกหุ้นภาคแรก ให้เมียตัวเองขึ้นศาลรับผิด ซุกหุ้นภาค2 ให้ลูกชายตัวเองขึ้นศาลรับผิด ไหนบอกว่ารักครอบครัวไง
15. บริษัทของลูกท่านได้เงินกู้ 5,000 ล้าน จาก ICT ดอกเบี้ย0% ไม่กำหนดเวลาชำระคืน แถมได้รับการเว้นภาษีจากบีโอไออีก ทำสวนสนุกได้รับการเว้นภาษี
16. ได้รับสัมปทานสื่อโฆษณาที่รถไฟใต้ดิน โดยที่ไม่ได้รับการเปิดประมูลเพื่อแข่งขันกับบริษัทอื่น
17. ทักษิณ สั่ง รมต. กลางวง ครม. ลดค่าเช่าพื้นที่ย่านสยามสแควร์ เปิดทางลูก-หลานเปิด สตูดิโอ – ร้านกาแฟ อ้างค่าเช่าแพงเกินจริง
18. ลดเงินค่ารถไฟฟ้า-ใต้ดิน พอดีกับงานสวนสนุกธุรกิจของลูกๆ สอดคล้องสนับสนุนกันพอดี บังเอิญจริงๆ
19. ทักษิณพูดว่า “จังหวัดไหนเลือกไทยรักไทย จะให้ความดูแลก่อน” น้ำท่วมภาคใต้ 5 วันแล้ว แต่ทักษิณไปช่วยหาเสียง เลือกตั้งซ่อม ไปกินก๋วยเตี๋ยวสร้างภาพ ไปเดินตลาดหาเสียง ทั้งๆที่มี สส อยู่เต็มสภาแล้ว แต่ที่ต้องลงใต้ไปดูน้ำท่วมวันศุกร์เช้า เนื่องจากกลัวสนธิพูดตอนเย็นในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
20. การที่มีพวกพ้องตัวเองเป็น กกต. จึงเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งให้สามารถโกงการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นได้อีก 2 วิธี
o ปั๊มตรายางอีกชุดรอเวลาเปลี่ยนกล่องบัตรได้ทุกเวลา
o หมึกมีแบบล่องหน และ แบบโผล่ขึ้นมาได้ (ในทางเคมีสามารถทำได้)
21. ปิดข่าวเรื่องไข้หวัดนกทําให้ชาวบ้านที่ไม่ทราบต้องตายแล้วยังไปแสดงการกินไก่ไปหัวเราะไปเพื่อ ซีพี.นายทุนพรรคเท่านั้น
22. ทําให้เกิดการฆ่าตัดตอนประชาชนผู้บริสุทธิ์ กว่า 2000 คนจากการปราบยาบ้าสั่งฆ่าคนได้หน้าตา เฉย โหดร้ายทารุณ
23. ซุกหุ้นปั่นหุ้น ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้กับญาติพี่น้อง เอาเงินไปฟอกต่างประเทศ เอาเปรียบในการทําธุรกิจผูกขาด ทั้งรับทั้งจ่ายใต้โต๊ะจนคนในวงการธุรกิจเขารู้กันหมดค้า กำไรเกินควร จนรํ่ารวย มหาศาลโกง
24. ที่ดินวัดของสนามกอล์ฟอัลไพน์ มีคนโกงที่ดินธรณีสงฆ์เอามาทำสนามกอล์ฟ แล้ว ทักษิณ ไปซื้อต่อทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่ดินนั้นได้มาไม่ถูกต้อง เพราะไม่กลัวบาปกรรม
25. ประชาชนเสียรู้ทักษิณ เรียนฟรี 12 ปี นโยบายรัฐที่เปิดช่องให้โรงเรียนนำค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมาเพิ่มแทนค่าเทอม นั่นแหละ สุดท้ายก๊อไม่ได้เรียนฟรีอยู่ดี เป็นความล้มเหลวที่เห็นได้ชัดเจนของการปฎิรูปการศึกษาไทย ประชาชนจะถูกหลอกอีก 4 ปีเอาเข้าไป เป็นความจริงที่สุดเลย นี่คือการโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในโลกนี้ ซึ่งหาดูไม่ได้ที่ไหนนอกจากประเทศไทย ที่กฎหมายบอกว่าเรียนฟรี แต่ความจริงมีใครบ้างที่เรียนฟรี ถามผู้ปกครองทุกคนดูได้เลย ออกความเห็นแค่นี้นะ ขอตัวไปกู้เงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกก่อน
26. ชั่วเวลาแค่ปีเศษ ๆ รัฐบาลชุดนี้ก็ทำให้สถานการณ์ภาคใต้ที่ร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายสิบปี กลับร้อนระอุกลายเป็นแดนมิคสัญญี
27. เช่าน่านฟ้า เช่าผืนแผ่นดินไทย ราคาเช่าช่างถูกจัง มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า ตนเองน่าจะรู้ดี ไหนบอกว่าแผ่นดินไทยจะไม่ให้หายแม้แต่ตารางนิ้วเดียวไง ใช้อำนาจจนเลยเถิดไม่เห็นด้วยคิดไงท่าน นายก ที่ให้เช่า 15 ปี แถมมีเปลียนสัญญาได้ ทุกๆๆ 5 ปี เหมือนทำ ธรุกิจเลยอ่าขอเชิญชาวไทย เรียกร้องอฺธิปไตยชาติไทยกลับมาด้วยขอให้มี สส สว ที่ยังพอมีความเป็นไทย ทีมิใช่มีความเป็น ทรท. ช่วยกันคัดค้าน ล่ารายชื่อด้วยครับผมว่ามันเกี่ยวกันหมดแหละครับ ตั้งแต่ AIS (มือถือ) ไทยคม1 ไทยคม2 IPstar ชินคอร์ป ธนาคาร ธุรกิจ การเมือง อยู่ในมือสิงคโปร์ทั้งหมดแล้วครับ
ชัดเจน มีผลประโยชน์ทับซ้อนแหง๋ ไม่งั้นไม่งุบงิบกันทำหรอก อย่านึกว่าประชาชนโง่ นะคุณนายก
ยุคทักษิณคือ ยุคของเงินเหนือรัฐ ยุคตำรวจรังแกประชาชน ยุคทหารฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยุคความรุนแรงอยู่เหนือเหตุผล
28.ฉลาด อย่างตัวจับยาก เอาเงินหลวง ไปหว่านให้รากหญ้าแล้ว ผ่านกระเป๋ารากหญ้า แบบเคาะกะลาให้หมาดีใจ ผ่านธุรกิจมือถือ เข้ากระเป๋ามันเอง
29.ยุบสภาหนีความผิด เนื่องจากนายกองค์การนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ล่า 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง
30. ยุบสภาได้ยังไงไม่ได้มีปัญหาภายในสภาสักหน่อย อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้ ฝ่ายค้านมีไม่พอ
31. วันที่ประกาศยุบสภา ประกาศพร้อมกันว่าให้ไปเลือกตั้งวันที่ 2 เมษา ได้ยังไง รู้ได้ยังไง ไหนว่า กกต. เป็นกลางไง
32. คุณหญิงพจมาน อยากมีสมเด็จพระสังฆราชประจำตระกูลตัวเอง จึงให้นายวิษณุ เครืองาม ลงนามแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสโณ วัดสระเกศ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2547 เสมอกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา อ้างว่า สมเด็จญาณฯ ทรงประชวร ไม่สามารถประกอบศาสนกิจได้ ทั้งๆที่มี VDO วันที่ 13 มีนาคม 2547 สมเด็จพระสังฆราชพระราชทานรางวัลให้กับเด็กนักเรียน ที่ได้รับทุนของมหามกุฏราชวิทยาลัย ในการประกวดเรียงความเรื่อง สมเด็จพระสังฆราช 90 พรรษา
33. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. ตรวจเจอการทุจริตของรัฐบาลหลายเรื่อง ล่าสุดตรวจสอบเจอการทุจริต CTX ทางรัฐบาลจึงอ้างว่ากระบวนการสรรหาคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(ผู้ว่าการ สตง.) มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ทั้งๆที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) คุณหญิงปิดห้องทำงานแล้วยังไปงัดห้องคุณหญิง คิดจะหาหลักฐานทุจริตที่ห้องคุณหญิง ล่าสุดคนดีอย่างคุณหญิงก็ได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม
34. จัดซื้อเครื่องบินรบ ซู30 ตั้งงบประมาณไว้ 35,000ล้าน ทั้งที่รัสเซียบอกว่าขายแค่ 20,000ล้าน กะจะกินตั้ง 15,000ล้าน เครื่องบินเป็นแบบบินระยะไกล เสียค่าซ่อมเยอะ (ไทยนี้รักสงบ) เราเป็นพวกบุกรุก หรือ ตั้งรับ ถ้าเราเป็นฝ่ายตั้งรับ แล้วจะซื้อเครื่องบินระยะไกลทำไม ให้ช่างทหารอากาศเลือกซื้อ ทำไมไม่ให้นักบินเป็นคน เลือก เพราะฝ่ายช่างอยู่ในความดูแลของ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วัณทนา สามีของเพื่อนคุณหญิงพจมาน...
35. ก่อนขายหุ้นบอกว่าจะไปพักผ่อนที่สิงคโปร์ 4 วัน เดินเล่นที่สิงคโปร์ไปเดินครึ่งวันอยากมากก็วันเดียว ก็ไม่รู้จะไปเดิน ที่ไหนแล้วนี่ไปถึง 4 วันเจรจาขายหุ้น แต่โกหกประชาชนคนไทยว่าจะไปพักผ่อน บอกตรงๆก็ได้
36. จัดซื้อ CTX ราคา ระหว่าง บทม.และใบแจ้งราคาสินค้าของบริษัท อินวิชั่นฯ เป็นเงินประมาณ 283,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 11.30 ล้านบาทต่อเครื่อง หากคิดรวม 26 เครื่อง เป็นเงิน 7.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 294.4 ล้านบาท ซึ่ง “ส่วนต่าง” ราคานี้ถูกนำไปใช้บันทึกซ้ำซ้อน โดยอ้างว่า เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการซื้อเพิ่มเติม ทั้งที่รวมอยู่ในราคา 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,432 ล้านบาท กะจะกิน 1,432ล้าน – 294.4ล้าน = ?
37. ร่วมทุนชินคอร์ปกับมาเลเซีย เปิดธุรกิจสายการบิน Low Cost แล้วสั่งยกเลิกเที่ยวบินการบินไทยที่ได้กำไร แล้วเอาสายการบินของตัวเองไปบินทับที่แทน ทำให้การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินของคนไทยขาดทุน แล้วทำ หนังสือถึงหน่วยงานราชการว่านอกจากการบินไทยแล้ว สามารถใช้งบหลวงเบิกค่านั่งเครื่องบิน Low Cost ได้ด้วย แล้วยังขายหุ้น Low Cost ให้สิงคโปร์อีก ทำให้ Low Cost ที่มีเที่ยวบินที่กำไรดีที่สุด(แย่งจากการบินไทย) เป็นเที่ยวบินของ มาเลเซีย+สิงคโปร์ (ขายชาติ)
38. โทรศัพท์เครื่องที่ระบบ 1900 "ไทยโมบาย" ของ ทีโอที มันให้ ทีโอที ตั้งเสาเฉพาะใน กทม. ส่วนในต่างจังหวัด มันไม่ยอมให้ตั้งเสาทั้งๆที่ ทีโอที มีที่ดินอยู่มากมายในต่างจังหวัด มันสั่งให้ ระบบ 1900 ของทีโอที ในต่างจังหวัด ใช้เสาสัญญาณของ AIS โดยโทร 3 บาท ทีโอที ต้องจ่ายให้ AIS 2 บาททีโอที ได้ 1 บาท สุดยอดไหมละครับ
39. ปี 2535 – วิ่งเต้นจนได้รับสัมปทานดาวเทียมไทยคมโดยการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลเผด็จ การ รสช. โดยอิงความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งก็ชดใช้บุญคุณมาจนถึงสนับสนุน 2 คนสนิทของท่านให้ได้ดีในยุคนี้ คือ พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ เคยได้เป็นรมว.กลาโหม และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ เพิ่งได้เป็นผบ.สูงสุด
40. การพูดจาบจ้วงดูหมิ่นพระบรมฯ
o สำนักราชเลขาฯ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเครื่องบินราชพาหนะลำใหม่..แทนลำเก่าที่ชำรุดมากแล้ว .....ทักษิณ อ้างว่า ไม่มีงบประมาณ แต่สุดท้าย ซื้อเครื่องบินไทยคู่ฟ้าให้ตนเองและครอบครัวนั่งก่อน..จากข่าวที่น้องสาว ทักษิณใช้เครื่องบินไปฉลองวันเกิดที่เชียงใหม่...............
o ทักษิณ ชินวัตรใช้อุโบสถวัดพระแก้วในการทำบุญประเทศ (แต่แต่งกายในชุดสบายๆไม่เป็นทางการ) ทั้งๆที่ประธานในการทำบุญระดับประเทศควรเป็นพระองค์ท่านมากกว่า...ที่สำคัญ อุโบสถวัดพระแก้วเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับประกอบศาสนพิธีของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน..ไม่มีการขอพระบรมราชานุญาต..พอสนธิพูดในรายการ ..รีบขอพระบรมราชานุญาตย้อนหลัง...จนพระองค์ท่านออกมาตรัสในวันที่ 4 ธันวาคมว่า นายกฯจะให้ท่านทำอะไรก็ทำให้หมด แต่ควรพิจารณาด้วยว่า สมควรหรือไม่
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ผีที่ไหนจะจงรักภักดี....คนระดับทักษิณมีการศึกษาสูงพอ ผ่านงานพระราชพิธีมามากมาย..ย่อมควรรู้ดีว่าสมควรพูดเช่นนี้หรือไม่....ถ้า มีปัญญาก็ควรพูดว่า ถ้านายกฯไม่จงรักภักดี ใครเล่าที่จะจงรักภักดี มากกว่าครับ
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ถ้าในหลวงมากระซิบข้างหู...(พูดว่าข้างหู) ว่าออกเถอะ จะกราบพระบาทบังคมลาทันที...คำหลังยังใช้ราชาศัพท์เป็น แต่คำหน้าไหงใช้คำว่า มากระซิบข้างหู...ทักษิณ ไม่ควรทำตัวเสมอพระองค์ท่าน
o แม่ยายของทักษิณ กล่าวจาบจ้วงว่า บางทีตนอาจขอม็อบพระราชทานบ้าง คำว่า สิ่งพระราชทาน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มงคล เป็นสิ่งที่ดี แต่คำว่า ม็อบ หมายถึง กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องบางอย่าง พระองค์ท่านจะพระราชทานได้อย่างไร...ไม่สมควรพูด
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ตนเป็นนายกฯพระราชทานอยู่แล้ว ถ้าได้กลับมาอีกครั้ง พระองค์ท่านต้อง...ใช้คำว่า ต้อง เซ็นต์ให้ตนเป็นนายกฯอยู่วันยังค่ำ
o ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า โผทหารที่นายกฯเซ็นต์แล้ว ใครจะกล้าเปลี่ยน...หมายถึงใคร เพราะโผทหารหลังจากนายกฯเซ็นต์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำทูลเกล้าฯ ใครที่นายกฯหมายถึง........ การจาบจ้วงด้วยวาจาและการกระทำถึง 7 ครั้ง ไม่เห็นมีใครที่บอกว่า รักในหลวง ออกมาปกป้องพระองค์ท่านสักคน โดยเฉพาะตำรวจและทหาร พอสนธิออกมาปกป้อง..ก็โจมตีกันใหญ่..ไม่เข้าใจคนไทยเลยครับ
41. ใช้หนี้ IMF เกิดจากการออกพันธบัตรให้คนไทยและชาวต่างชาติซื้อ แล้วนำเงินไปใช้หนี้ ความจริงก็คือ *** ้หนี้จากคนไทยและชาวต่างชาติ มาใช้หนี้ IMF สร้างภาพ เพราะเราก็ยังเป็นหนี้อยู่ดี
42. ตัวเลขรายได้เฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้น ถ้าไม่นำรายได้ของทักษิณมารวม แล้วหาร 60ล้าน ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นไหม? พ่อแม่พี่น้องคิดดูดีๆ
43. โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยยากจนไม่ต้องเสียเงินรักษาแม้แต่สตางค์เดียว ส่วนคนพอมีเงินบ้างก็จ่ายตามมีตามเกิด คนรวยไม่ต้องพูดถึง จ่ายเต็มที่อยู่แล้ว ทำให้โรงพยาบาลมีเงินหมุนเวียนจับจ่ายซื้อยาได้เต็มที่ ผู้ป่วยก็ได้รับการรักษาเท่าเทียมกันไม่แบ่งชั้น การฟ้องร้องหมอก็มีน้อย แต่พอนายทักษิณเข้ามา แล้วมีโครงการ 30 บาทตายทุกโรค คนทุกระดับเสีย 30 บาทเท่ากันหมด ทำให้โรงพยาบาลขาดทุนยับเยิน ทำให้ไม่สามารถจับจ่ายซื้อยาดีๆมารักษาผู้ป่วยได้ คนไข้ตายมากขึ้น มีการฟ้องร้องหมอมากขึ้น จนหมอส่วนหนึ่งลาออกไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนหรือเลิกอาชีพแพทย์ไปเลย คนมีเงินส่วนใหญ่ไม่อยากไปรักษา รพ รัฐ เพราะกลัวตาย จึงหนีไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน ทักษิณวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอย่างนี้ จึงไปกว้านซื้อ รพ เอกชนดีๆไว้เกือบหมด เพื่อขูดรีดคนพอมีเงิน ส่วนคนชั้นกลางจะหนีโรงพยาบาลรัฐไปหาหมอที่คลินิก อย่าเข้าใจผิดว่าหมอที่เปิดคลินิกเป็นหมอพาณิชย์ หมอที่ทำงาน รพ รัฐ เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 8,000 บาท (แปดพันบาท) เพิ่งได้ขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วเป็น 10,000 บาท ตอนเกษียณอายุได้เงินเดือนแค่ 30,000 กว่าบาท แล้วจะให้พอกินพอใช้ได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องเปิดคลินิกหลังเลิกงานเพื่อหารายได้เสริมพอเลี่ยงตัวเองและ ครอบครัว ส่วนใหญ่หมอคลินิกมักไม่คิดค่าตรวจ (doctor free) เพราะได้กำไรจากค่ายาค่อนข้างเยอะแล้ว เพราะสามารถซื้อยาจากบริษัทยาได้ในราคาเป็นแกลลอน ซึ่งต่างจากร้านขายยาทั่วไปต้องซื้อเป็นขวดเล็กๆ ราคาจึงต่างกันมาก ยกตัวอย่าง ยาพาราแก้ไข้ ขนาด 60 ซีซี ร้านขายยาขายขวดละ 12-60 บาท แต่คลินิกเอายาจากแกลลอนแบ่งใส่ขวด 60 ซีซี ราคาทุนแค่ขวดละ 3-15 บาทแล้วแต่ยี่ห้อ ดังนั้นหากหมอขายในราคาเท่าร้านขายยาก็ได้กำไรมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดค่าตรวจ ทำให้ค่ารักษาพยาบาลในคลินิกถูกกว่าในโรงพยาบาลเอกชนมาก และแพงกว่าใน รพ รัฐไม่มาก คนชั้นกลางจึงไปใช้บริการของคลินิกมาก เพราะบริการดีกว่าเร็วกว่า ทักษิณรู้แกวจึงวางแผนกดดันคลินิก โดยบังคับให้คลินิกเลิกจ่ายยาให้ผู้ป่วย แต่ให้ผู้ป่วยจ่ายค่าตรวจเพื่อแลกกับคำวินิจฉัยและใบสั่งยา เพื่อเอาไปซื้อที่ร้านขายยาแทน จากนั้นก็ให้ยายสุดารัตน์ไปเทคโอเวอร์ยี่ปั๊วขายยาที่ขายให้แก่ร้านขายยาราย ย่อยและโรงพยาบาล ตัวอย่างคือ บริษัทฟาสซิโน และอื่นๆ เพื่อเป็นโมโนโปลี่ขายยาแต่ผู้เดียวขูดรีดจากผู้ป่วยได้ตามใจชอบ ทำให้ผู้ป่วยชั้นกลางเลิกมาคลินิก เพราะไม่อยากเสียเวลา 2 ต่อ แถมยังเสียเงินแพงพอๆกับ รพ เอกชนอีกด้วย จึงหันไป รพ เอกชนแทน ทักษิณจึงกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนดีๆไว้ ทักษิณมันเลวมั๊ย.......
44. บ้านเอื้ออาทร...ช่วยให้เป็นหนี้กองทุนวายุพักตร์ของตัวเอง แต่เอาธนาคารรัฐมาบังหน้าไว้ก่อน ทั้งที่เราก็มี อาคารสงเคราะห์มาตั้งนานแล้ว แถมเอาที่ดินราชพัสดุมาทำอีก ไม่ได้ลงทุนอะไรสักอย่างแต่กำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง...นี่แหละ นายกนักธุรกิจ
45. กองทุนหมู่บ้าน ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว กองทุนหมู่บ้านนับว่าเป็นนโยบายที่ดีมากๆๆๆ แต่การนำมาใช้กับประเทศไทยนี่นับว่า ไม่ควรครับ เพราะ เป็นการทำให้ ชาวบ้านเอาหนี้นอกระบบ มาเป็นในระบบ และในที่สุด ชาวบ้านก็ชักดาบ ไม่จ่ายเงินให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพราะว่า ไม่มีกฏหมายตัวไหนจะเล่นได้เลยครับ จะใช้ กฏหมายแพ่งมาเล่น กับการที่ไม่ยอมใช้หนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่า นี่มันขัดกับหลักการของ กองทุน จริงๆจะเล่นก็ได้ครับ แต่ถ้าเล่นแล้วรับรองว่า เป็นข่าว ทางรัฐก็เลยยอมๆเงียบๆไป และตามหลักการแล้ว เงินกองทุนที่เขาให้เอามานั้น เขาให้เอามาลงทุน ครับ ไม่ใช่เอามา ดาวส์รถ ซื้อ มือถือ ครับ นี่นับว่าผิดวัตถุประสงค์กองทุน และไม่ได้ดำเนินตามหลักการเลยแม้แต่นิดครับ ที่เป็นแบบนี้เพราะว่า คนควบคุมกองทุนในแต่ละหมู่บ้านนั้น ก็คือ คนในหมู่บ้านกันเอง และก็เป็น ผู้ใหญ่บ้านนั่นเองครับ ซึ่งก็ไม่ได้รับการอบรมเรื่องการบริหารเงินเลย และก็ยังมีนอกมีในอีก กองทุนหมู่บ้านจึงล้มเหลวด้วยประการนี้ครับ
46. ถ้าประชาชนเป็นหนี้ ธกส.แล้ว บ้านเอื้ออาทร และกองทุนหมู่บ้านก็แล้ว สิ้นเดือนหาเงินจ่ายดอกไม่ได้ อย่าลืม *** ้ Capital OK ธุรกิจผมนะครับ
47. แปรรูปการท่าเรือ แล้วทำโครงการพัฒนาท่าเรือคลองเตย ต่อด้วยท่าเรือบ้านฉาง แล้วให้เทมาเส็กซื้อหุ้นการท่าเรือของประเทศ โดยมีข้อตกลงให้ขุดคอขอดกระ ดังนั้นจึงมีโครงการ Mega Project ขุดคอขอดกระ ขณะที่เทมาเส็กสิงคโปร์ขายท่าเรือที่ประเทศตัวเองให้กับดูไบ
48. ให้สัมปทานเหมืองทองคำ 19 ปีที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์กับออสเตรเลีย โดยไทยได้ค่าสัมปทานประมาณ 250 ล้านบาท ค่าดำเนินการ 30 ล้านบาท ได้ค่าภาษี 700 ล้านบาท ต่างประเทศได้จากการส่งออกทองคำที่ขุดได้กว่า 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันขุดหมดแล้วรวมเวลา 4ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอสัมปทานเหมืองทองคำที่ใหม่ต่อ จาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
49. ร่าง พรบ.เศรษฐกิจพิเศษ กำลังพยายามเปลี่ยนกฎหมายให้ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินได้ จะเหมือนเกาะฮ่องกง ที่เคยเป็นของอังกฤษ, ใครทำผิดกฎหมายมาจากจังหวัดอื่น พอเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ กฎหมายนั้นไม่สามารถ ทำอะไรได้, เปิดบ่อนเสรี, ออกพันธบัตรหรือตราสารหนี้ใช้เอง ฯลฯ จะยึดครองประเทศเหรอ? ล่าสุดคุณหญิงอ้อ ได้กว้านซื้อที่ แถวสุวรรณภูมิเตรียมไว้แล้ว
50. โอนหุ้นให้ขี้ข้า คนขับรถ ปกปิดเลี่ยงภาษี / เลี่ยง กม. เลือกตั้ง
51. เสนอเงินซื้อ สส. พรรคอื่น / ซื้อคนโง่ๆเห็นแก่เงินให้เลือกตน
52. พูดจาโกหกตอแหลเป็นอาจิณ ตลอดจนพูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ด่าว่าคนอื่นเขาโง่กันหมด
53. เป็นนายกได้ เพราะศาล รธน. มีมติฉิวเฉียด / เงินเข้ามาเกี่ยวอีกครั้ง เพราะข่าวคราวขณะนั้น มีข่าวว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงิน 300 ล้านบาทก่อนมีการตัดสิน
54. พูดภาษาอังกฤษเหมือนเด็ก ป.6
55. ลูกๆ ก็เก่งกันจัง โอ๊ค เรียน ม. แอบเอาข้อสอบ (โพยคำตอบ) เข้าไปลอกในห้องสอบ ปรากฏว่าถูกจับได้ ความจริงต้องถูกลงโทษสถานหนัก ทักษิณต้องไปเจรจาถึง ม. ราม บังเอิญนายกสภา ม. ราม เป็นพวกเดียวกัน (อีดี้) จึงรอดพ้นความผิดได้แบบสองมาตรฐาน ส่วน เอม สอบเอ็นทรานซ์ไม่ได้จึงต้องหาทางซิกแซกโดยการเข้าเรียนโครงการพิเศษคณะ อุตสาหกรรมเกษตร ม. เกษตร ทั้งที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์ (ตามระเบียบคนที่มีสิทธิ์สอบจะต้องเรียนชั้นมัธยมปลายสายวิทย์เท่านั้น แต่ทะลึ่งสอบเข้าไปได้อย่างมหัศจรรย์ ผลสุดท้ายเรียนไปไม่รอดต้องย้ายคณะไปอยู่ภาคเรียนปกติ ซึ่งเป็นพวกที่สอบเข้าด้วยวิธีการสอบเอ็นทรานซ์ ซึ่งเป็นเป็นการโกงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐาน สำหรับอุ้งอิ้ง เป็นที่ทราบกันดีว่าสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ด้วยวิธีใด เพราะปีนั้นมีข่าวคราวข้อสอบรั่ว เป็นข่าวครึกโครม เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบสองมาตรฐานเช่นเดียวกัน สรุปแล้ว โคตรโกง และโกงทั้งโคตร
56 ทักษิณ สั่งเด้ง! ผวจ.-ผบก.ปัตตานีคนที่ถูกปืนลั่น น่าจะเป็นทั่นหน้าเหลี่ยนนะ ทั่นเล่นชี้นำขนาดนั้นหมาตัวไหนมันจะมากล้าขัดล่ะ เดี๋ยวก็ด่าเขาอีก
น่าจะรู้ตัวนะ ว่าตัวเองปาก*** น่ะ...พอทีนี้มาปฎิเสธว่าไม่ได้ชี้นำ...
57. ทักษิณ สั่ง กกต. เด็กผมเอง สั่งอะไร ไม่เคยขัด ผมเพิ่งเซ็นอนุมัติงบให้ทางกกตที่ขอมาไปวันก่อน จะกล้าขัดใจผมได้งัย
58. ทักษิณ ถูกตัดสินติดคุกแต่ไม่ยอมติดคุก จึงมีสถานะเป็นนักโทษหนีคุก ในขณะที่นักโทษคนอื่น ๆ เมื่อศาลสั่งติดคุก็คือติดคุก จึงปฏิบัติตัวเป็นสองมาตรฐานไม่ยอมรับการตัดสินของศาล
59. กรณีสั่งฆ่าพี่น้องชาวมุสลิมที่มัสยิดกรือเซะ โดยฝีมือทหารแก่ (ปัจจุบัน รับจ้างเผาบ้านเผาเมืองด้วยค่าจ้างรองเท้ากอล์ฟหนึ่งคู่) และกรณีเข่นฆ่าประชาชนที่ตากใบ โดยมีทักษิณบินบัญชาการด้วยตัวเอง
60. ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยทักษิณ ใช้อำนาจบาตรใหญ่สร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทในเครือของตระกูลทักษิณ
0. การปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีสรรพสามิต โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 30,667 ล้านบาท
0 การปรับลดส่วนแบ่งรายได้พรีเพดเป็น 20 % โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 39,588 ล้านบาท
0. การแก้ไขสัญญาโรมมิ่ง โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (เอไอเอส) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,595 ล้านบาท
0. การให้สิทธิประโยชน์ BOI ของไอพีสตาร์ โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 12,776 ล้านบาท
0. การสั่งให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้พม่า โดยบริษัทในเครือชินคอร์ปได้ประโยชน์ (ชินแซทฯ) แต่รัฐเสียหายมูลค่า 950 ล้านบาท
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555
แค่สาเหตุมาจาก ความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน ทั้งสองกรณี
แค่สาเหตุมาจาก ความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน ทั้งสองกรณี
กรณีแรก พี่น้องคนเสื้อแดงประนามไอ้คนร้าย(สองพี่น้อง)ที่บุกไปทำร้ายร่างกายอาจารย์วรเจตน์ ว่า "เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน"
ถ้าเช่นนั้น
กรณีที่สอง พี่นี้องคนเสื้อแดงจะประนามไอ้คนร้ายที่ รุมทุบรถนายกฯ อภิสิทธิ์ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่กระทรวงมหาดไทย-ที่พัทยา ชลบุรี และการบุกพังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา การบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ บุกอาคารรัฐสภา-กกต. รวมถึงบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ว่าอย่างไรดีครับ?
ถ้าไม่ตอบ ผมและใคร ๆ ต่างก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจได้ว่า พี่น้องเสื้อแดงชอบความเป็นสองมาตรฐานตัวจริง
ถ้าตอบไม่ได้ กรุณาอย่าเอาเรื่องสองมาตรฐานไปอ้างเพื่อหาความชอบธรรมให้แก่ตัวเองและทักษิณ
หวังว่า พี่น้องคนเสื้อแดงคงเข้าใจนะครับ
กรณีแรก พี่น้องคนเสื้อแดงประนามไอ้คนร้าย(สองพี่น้อง)ที่บุกไปทำร้ายร่างกายอาจารย์วรเจตน์ ว่า "เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน"
ถ้าเช่นนั้น
กรณีที่สอง พี่นี้องคนเสื้อแดงจะประนามไอ้คนร้ายที่ รุมทุบรถนายกฯ อภิสิทธิ์ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่กระทรวงมหาดไทย-ที่พัทยา ชลบุรี และการบุกพังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา การบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ บุกอาคารรัฐสภา-กกต. รวมถึงบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ว่าอย่างไรดีครับ?
ถ้าไม่ตอบ ผมและใคร ๆ ต่างก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจได้ว่า พี่น้องเสื้อแดงชอบความเป็นสองมาตรฐานตัวจริง
ถ้าตอบไม่ได้ กรุณาอย่าเอาเรื่องสองมาตรฐานไปอ้างเพื่อหาความชอบธรรมให้แก่ตัวเองและทักษิณ
หวังว่า พี่น้องคนเสื้อแดงคงเข้าใจนะครับ
วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
หลายคนคิดว่าปัญหาของสังคมไทยทุกวันนี้มาจากนักการเมือง แต่ผมบอกว่ามันไม่ใช่
ที่บอกว่าไม่ใช่นักการเมือง กล่าวคือ มันไม่ได้ถูกตามนั้นทั้งหมด ทำไมล่ะ? ทำไมผมจึงกล้าท้าทายแนวคิดของคนอื่นขนาดนั้น มาดูครับ ผมจะจำแนกให้ดู
ประการแรก นับจำนวนประชากรได้เลย ประชาการที่มีอาชีพเป็นนักการเมืองทุกระดับของประเทศไทยผมคิดว่าอย่างมากสุดแค่ 1% ของจำนวนประขากรทั้งหมด แล้วทำไม 1% จะมีอิทธิพลเหนือกว่า 99% ที่เหลือได้อย่างไร เพียงแต่มันมีปัญหาที่ตรงที่ 1% มันน้อย มันเลยรวมตัวกันง่าย แต่ 99% มันกระจัดกระจาย ยากแก่การรวมตัว ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นมา และไอ้พวก 1% ก็นำมาใช้หาผลประโยชน์กันเช่น โยนเศษเงินที่ได้จากการโกงมาเพียงเล็ก ๆ น้อย ให้บางกลุ่มใน 99% เพื่อปิดปากหรือเพื่อสร้างบุญคุณแก่กัน แค่นี้ก็จบแล้ว หากว่าเมื่อไรที่ 99% รวมตัวกันได้ ทั้งทาง ความเชื่อ ศัทธา วัฒนธรรม ความคิด หรืออะไรสักอย่าง ผมเชื่อแน่ 1% คงไม่กล้าซ่าส์แน่นอน แต่ว่าตอนนี้ไม่มีประเด็นใดเลยที่จะทำให้ 99% เกิดการรวมตัวกันได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะบางส่วนของ 99% ไปติดกับดักเข้าเลยไปไม่เป็น และนับวันจะลุกลามไปใหญ่โต ในประการนี้ผมให้น้ำหนักความผิดเป็นว่า ผิดเท่า ๆ กันคนละ 50% แฟร์ ๆ กัน หรือจะเรียกว่า สมยอมกัน ก็ได้
ประการที่สอง แสงเทียนที่จะใช้สร้างปัญญาที่แท้จริงถูกบิดเบือนและถูกทำลาย ผมหมายถึงพระพุทธศาสนา ทุกวันนี้คนไทยไปเล่นพระเครื่อง เครื่องรางของขลังเกินครึ่งประเทศ ประเด็นนี้ผมโทษนักเมืองไม่ได้เลยเป็นความผิดของสังคมไทยแบบ 100% เต็ม ๆ ครับ เพราะเรางมงายไม่มีเหตุผลกันเอง คนที่กำลังเล่นพระเครื่องออาจจะเถียงผมในประเด็นนี้ว่า นี่คือการสืบทอดพระพุทธศาสนา แต่ผมจะบอกว่า องค์พระสัมมาพระพุทธเจ้าไม่เคยรับสั่งเรื่องเหล่านี้เลย เพียงแต่คนรุ่นหลังจำลองพระพุทธเจ้าขึ้นมาไว้เคารพก็เพราะว่า พระองค์คือผู้นำพระธรรมมาเผยแพร่สร้างสติปัญญาให้คนรุ่นหลลังได้เข้าใจ จนไม่รู้ว่าพระคุณของพระองค์จะมากมายสักขนาดไหน ยากที่จะกล่าวได้ จึงได้ทำพระพุทธรูปตั้งเอาไว้เพื่อเคารพบูชา และเพื่อเป็นกุศโลบายว่า นี่คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบาน ต่างหากครับ มองไปที่พระพักต์ของพระองค์สิครับ แล้วจะเห็นว่าพระองค์ ไม่เคยเศร้า ไม่เคยม่นหมอง เพราะพระองค์รู้จักกิเลสทุกชนิด และพระองค์ทรงตื่นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายเหล่านั้น เลยทำให้พระองค์ทรงอิ่มเอิบและเบิกบาน นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยทราบว่าทำไมพระองค์จึงอิ่มเอิบและเบิกบานมาก่อน ทำให้เราเป็นไปตามอำนาจเงินตราของโลกตะวันตกที่เห็นเรื่อง กำไร เป็นที่ตั้ง หากคนไทยไปเล่นพระเครื่องหมดทั้งประเทศ บอกได้คำเดียวว่า พระพุทธศาสนาสูญพันธ์ในประเทศไทยแน่นอน ผมพูดแบบนี้หลายคนคิดมั่นไส้ เอาเถอะครับ จะ ด่า หรือ ตำหนิ หรือ จะติติง ผมได้เลย ครับ เพราะผมเองยังไม่ได้เขียนอีกหลายอย่างเพราะไม่อยากให้อ่านบทความนี้ด้วยเนื้อหาที่มากจนเกินไป เพราะมันจะเสียเวลาสำหรับคนที่เข้าใจหลักพระพุทธศาสนาดีอยู่แล้วเป็นอย่างมาก ในประเด็นนี้ผมย้ำอีกทีว่า สังคมไทย 99% + 1% ผิดเต็ม ๆ ครับ (เพราะนักการเมืองยังเล่นพระเครื่องเช่นกัน)
ประการที่สาม นิสัยใจคอของคนไทยเป็นอุปสรรค ต่อการรวมตัวเพื่อเรียกร้องและคัดค้านนักการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ลองอ่านจากบทความเรื่อง วิเคราะห์สังคมไทย "ทำไมเราจึงมีนายกฯ จากตระกูลชินวัตรมากถึง 3 คน?" ก็จะเข้าใจว่าคนไทย ขี้เกียจ(คิด) มักง่าย และ โง่ นี่คือปัญหาสำคัญของสังคมไทย ที่ยากจะแก้ไข และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมมั่นใจว่า ปัญหาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มาจากนักการเมืองอย่างแน่นอน ประการนี้คงต้องโทษ 99% แบบเต็มร้อยครับ
ประการที่สี่ คนไทยไม่ชอบความพ่ายแพ้ และจะปฏิเสธหรือหลบหนีความแพ้ คนเราแพ้อะไรก็ช่างเถอะครับ ขออย่างเดียวว่าอย่าแพ้ตัวเอง ลองสังเกตุบุคคลที่อยู่ในระดับคุณภาพ เช่นคุณเฉลียว(กระทิงแดง) คุณตัน (โออิชิ) เป็นต้น คนเหล่านี้จะได้รับการพัฒนามาจากจุดที่ชีวิตได้พบกับความพ่ายแพ้มาก่อนทั้งสิ้น เพราะชีวิตไปพบกับความพ่ายแพ้ แต่ใจสู้ อบรมตัวเองให้คุ้นเคยกับความพ่ายแพ้ เนื่องจากในความพ่ายแพ้มันมีแง่คิดมากมายที่ทำให้คนคนนั้นนำเอาไปใช้เพื่อการพัฒนาตนเอง จนกล้าและแกร่ง อยากที่กลับพบความพ่ายแพ้แบเดิมได้อีก คนที่เจอแต่ความ่ายแพ้ในชีวิตซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆ แสดงว่ายังไม่มีการพัฒนาจากการเรียนรู้ความพ่ายแพ้ มันก็เลยแพ้จนวันตาย ในขณะเดียวกันมีความพ่ายแพ้อยู่ชนิดหนึ่งที่คนไทยกลับชอบ นั่นคือ ขี้เกียจ ทั้ง ๆ ที่ความขี้เกียจคือความพ่ายแพ้ต่อตัวเองนั่นเอง และที่ทุกอย่างมันเป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะเราขี้เกียจ นี่แหละ และความขี้เกียจมันก็คือความพ่ายแพ้(ต่อตัวเอง)ที่เราดันไปยอมรับมัน แต่ความพ่ายแพ้อื่น ๆ กลับไม่ชอบและเดินหนี (แปลกไหมล่ะครับ?) เป็นเพราะอะไรศักดิ์ศรีอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าคนไทยไม่มีศักดิ์ศรีเลย เพราะคนไทยยอมแพ้กับความขี้เกียจ ในประการนี้คงต้องโทษฝ่ายที่เป็น 99% แบบเต็มร้อยเช่นเดียวกันครับ
ประการที่ห้า กระบวนการหลังลงโทษคนทำผิด สังคมไทยเราปิด กล่าวคือปฏิเสธที่จะให้โอกาสกับคนเคยถูกลงโทษเช่นคนที่โดนจำคุก ตรงนี้สำคัญเช่นกันเพราะจากในอดีตจนถึงปัจจุบัน คนที่เคยติดคุกมีจำนวนมากถูกคนที่ไม่เคยติดคุกปฎิเสธที่จะคบหา ให้การช่วยเหลือ ทำให้คนเหล่านี้เกิดสิ่งที่เรียกว่า น้อยเนื้อตำใจและพัฒนาไปเป็นความคับแค้นใจ ไม่อยากทำดี ทำไปก็เท่านั้น ไม่รู้จะทำไปทำไม แต่เมื่อคนเหล่านี้มาพบกันและรวมตัวกันได้จำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดการเข้าอกเข้าใจและเห็นใจกันกันในหมู่ของคนเหล่านี้ และเริ่มส่งผลขึ้นมาทันที นั่นก็คือการต่อต้านระบบที่เคยทำให้ตัวเองกลายเป็นคนผิดขึ้นมา ตรงนี้ถ้าจะบอกว่าใครผิด ก็บอกตรง ๆ ว่า เรานี่แหละที่ไม่เคยคิดหามาตรการใด ๆ มารองรับปัญหาเหล่านี้ เพราะเรามองเรื่องทรัพย์สิน แต่ไม่ได้มองเรื่องคุณภาพของคนเป็นหลัก มันถึงได้เป็นอย่างนี้ ลองสังเกตุดูดีๆ คนเสื้อแดงที่มีสมาชิกมากอยู่ในขณะนี้ก็เพราะมาจากคนเหล่านี้ ตรงนี้เป็นความผิดของสังคมโดยชัดเจนไม่ใช่นักการเมือง ดังนั้นประการนี้คงก็ต้องโทษฝ่าย 99% แบบเต็มร้อยอีกเช่นกันครับ
เป็นไงครับ ทีนี้ลองใช้เครื่องคิดเลขบวกลบคูณหารดูก็แล้วกันครับว่า ใครมีส่วนผิดมากกว่ากัน อยากจะเรียนทิ้งท้ายตรงนี้เอาไว้สักนิดหนึ่งครับว่า คนเราก่อนจะไปโทษใครอื่น เราควรโทษตัวเองตั้งทิ้งไว้ก่อนครึ่งหนึ่ง ที่เหลือค่อยไปหาเหตุผลมาหักล้าง(อย่างตรงไตรงมา)กันอีกที มันถึงจะถูกต้องและมันถึงจะเกิดการพัฒนา(พัฒนาระบบความคิดและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม) ไม่ใช่ว่า อะไร ๆ ก็โทษแต่นักการเมือง ซึ่งเราคงจะลืมไปว่า ไอ้นักการเมืองที่เรากำลังโทษอยู่นั้น แท้ที่จริงแล้วเรานี่แหละเป็นคนเลือกมันมากับมือ แล้วเราจะเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้าอย่างนั้นหรือ?
เป็นไงครับ ทีนี้ลองใช้เครื่องคิดเลขบวกลบคูณหารดูก็แล้วกันครับว่า ใครมีส่วนผิดมากกว่ากัน อยากจะเรียนทิ้งท้ายตรงนี้เอาไว้สักนิดหนึ่งครับว่า คนเราก่อนจะไปโทษใครอื่น เราควรโทษตัวเองตั้งทิ้งไว้ก่อนครึ่งหนึ่ง ที่เหลือค่อยไปหาเหตุผลมาหักล้าง(อย่างตรงไตรงมา)กันอีกที มันถึงจะถูกต้องและมันถึงจะเกิดการพัฒนา(พัฒนาระบบความคิดและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม) ไม่ใช่ว่า อะไร ๆ ก็โทษแต่นักการเมือง ซึ่งเราคงจะลืมไปว่า ไอ้นักการเมืองที่เรากำลังโทษอยู่นั้น แท้ที่จริงแล้วเรานี่แหละเป็นคนเลือกมันมากับมือ แล้วเราจะเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้าอย่างนั้นหรือ?
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วิเคราะห์สังคมไทย "ทำไมเราจึงมีนายกฯ จากตระกูลชินวัตรมากถึง 3 คน?"
![]() |
| ขอบคุณ ภาพจากอินเตอร์เน็ต |
ก่อนจะไปวิเคราะห์ครอบครัวชินวัตร เรามาวิเคราะห์สภาพสังคมไทยทั้งหมดให้ดีเสียกันเสียก่อนว่า มันอยู่ในสภาพใด เนื่องจากสังคมไทยคือคนไทยทั้งประเทศเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกนายกฯตามสิทธิและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
สภาพสังคมไทย ถ้าพิจารณากันจากนิสัยใจคอของคนไทยในปัจจุบันพบว่า
1. คนไทยมีความเชื่อแบบผิด ๆ เช่น อยากเด่นอยากดังจนเกินความพอดี อยากให้คนอื่นยอมรับตัวเองโดยที่การยอมรับนั้นมิได้มาจากความดีที่ตนเองทำสะสมมา สังเกตุง่าย ๆ ทุกวันนี้เวลาเราไปร่วมงานมงคลอะไรก็ตามเช่น สมรส บวชนาค หรือแม้แต่งานศพ ทุกคนที่ไปร่วมงาน ต่างก็แต่งตัวโอ้อวดกัน ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ แต่งหน้าแต่งตาแข่งกัน บางคนก็ชอบคุยโอ้อวดแกมข่มผู้อื่น ให้คนอื่นรู้ว่า "กูใหญ่" อย่างนี้เป็นต้น ทำให้เกิดการเลียนแบกันอย่างกว้างขวาง ถามว่าพฤติกรรมแบบนี้มันผิดไหม แน่นอน มันไม่ผิด แต่มันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความคิดและพฤติกรรมที่ผิด ๆ อื่น ๆ ตามมาเช่น วันดีคืนดีเกิดหลายคนมั่นใส้คนที่กำลังคุยโม้โอ้อวดอยู่นั้น ด้วยการพูดขัดคอขัดใจ ในที่สุดก็เกิดปากเสียงและวิวาทกัน และแน่นอน คนไทยเมื่อทะเลาะวิวาทกันแล้วถ้าไม่ตายกันสักข้างก็คงไม่ยอมจบเรื่อง นี่คือทีมาของปัญหาการขาดความสามัคคีกันของคนไทย และจะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ว่ามากันเป็นวงกว้างจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้องขึ้นมาในสังคม
2. คนไทยไม่ชอบระเบียบกฎเกณฑ์ที่นำมาใช้บังคับ ยกตัวอย่าง เช่น การเข้าคิวเพื่อติดต่อทำธุระกับทางราชการ คนมีเงินไม่ต้องต่อคิวเพียงแค่ยื่นซอง(สินน้ำใจ)ให้เจ้าหน้าที่(แบบลับ ๆ) แล้วก็กลับบ้านได้เลย แต่คนที่ไม่ค่อยมีเงินไม่มีทางเป็นอื่นได้เลยคือต้องเข้าแถวต่อคิวรอตามระเบียบ เรียกได้ว่า กฎระเบียบต่าง ๆ ทั้งทางสังคมและทางกฎหมายมีบังคับใช้จะใช้ได้เฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเงินเท่านั้น นี่คือสองมาตรฐานตัวจริง จึงกลายเป็นประเด็นของการทุจริตคอรัปชั่นในเวลาต่อมาและมีปัญหาที่รุนแรงอยู่ในปัจจุบัน จากผลสำรวจบอกที่ว่า "ถึงนักการเมืองจะทุจริตคอรัปชั่นกันอย่างไรก็ช่าง แต่ขอให้แบ่งจัดสรรค์แบ่งปันมาถึงตัวเองและพวกพ้องด้วย เป็นอันพอ" นี่คือสัญญาณอันตรายอีกหนึ่งสัญญาณ อย่าไปโทษนักการเมืองเป็นอันขาด เพราะเราไปยอมรับวัฒนธรรมการลัดคิวด้วยเงินกันเอง แน่นอนคนไม่ค่อยมีเงินในวันนี้ เมื่อได้เห็นตัวอย่างการลัดคิวด้วยวิธีดังกล่าว เชื่อว่าสักวันเขาต้องทำตาม เพราะมันง่ายและสะดวก แม้ว่าวันนี้จะไม่มีเงินก็ตาม (แต่ก็จะไปหาเงินมาเพื่อทำการดังกล่าวในวันหน้าแน่นอน) และวัฒนธรรมลัดคิวดังกล่าวมีให้เห็นกันเกืออบจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับสังคมไทยในวันนี้
3. คนไทยชอบใช้กำลังมากกว่าใช้เหตุผล นิสัยคนไทยในข้อนี้ดูเหมือนจะไปสอดคล้องกับข้อ 1 อย่างลงตัวพอดี และในข้อ 6 จะอธิบายว่าทำไมคนไทยไม่ชอบใช้เหตุผล
4. คนไทยขาดหลักคิด เพื่อส่วนรวม โดยปกติสมาชิกที่ดีของสังคมจะต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าต่อตัวเอง เนื่องจากถ้าสังคมหรือส่วนรวมอยู่ไม่ได้ตัวเองก็ต้องอยู่ไม่ได้เช่นกัน แต่คนไทยในเวลานี้หาคนที่คิดแบบที่ว่ามา ได้น้อยมาก ดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็จะทำตามความต้องการของตัวเอง คนอื่น ๆ จะเป็นอย่างไรไม่อยากคิดและขี้เกียจคิด นั่นก็คือคนไทยขี้เกียจคิดเรื่องผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง ทำอะไรก็แค่ทำแบบลูบหน้ปะจมูกเอา เอาแค่รอดตัว(เอง) ส่วนคนจะได้รับผลกระทบจากที่ฉันทำอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของฉัน ทำให้สายสัมพันธ์ของระหว่างคนในสังคมเริ่มเจือจางลง แต่ละคนต่างก็เห็นแก่ตนและพวกพ้องเป็นสำคัญ เมื่อเห็นคนอื่นเดือดร้อน ตัวเองนั่งสะห์ใจ สายสัมพันธ์ที่เจือจางอยู่แล้วก็เริ่มขาด ทำให้ความสามัคคีของคนในสังคมอ่อนกำลังลงไปเพราะไม่ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับส่วนรวม
4. คนไทยขาดหลักคิด เพื่อส่วนรวม โดยปกติสมาชิกที่ดีของสังคมจะต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าต่อตัวเอง เนื่องจากถ้าสังคมหรือส่วนรวมอยู่ไม่ได้ตัวเองก็ต้องอยู่ไม่ได้เช่นกัน แต่คนไทยในเวลานี้หาคนที่คิดแบบที่ว่ามา ได้น้อยมาก ดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็จะทำตามความต้องการของตัวเอง คนอื่น ๆ จะเป็นอย่างไรไม่อยากคิดและขี้เกียจคิด นั่นก็คือคนไทยขี้เกียจคิดเรื่องผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง ทำอะไรก็แค่ทำแบบลูบหน้ปะจมูกเอา เอาแค่รอดตัว(เอง) ส่วนคนจะได้รับผลกระทบจากที่ฉันทำอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของฉัน ทำให้สายสัมพันธ์ของระหว่างคนในสังคมเริ่มเจือจางลง แต่ละคนต่างก็เห็นแก่ตนและพวกพ้องเป็นสำคัญ เมื่อเห็นคนอื่นเดือดร้อน ตัวเองนั่งสะห์ใจ สายสัมพันธ์ที่เจือจางอยู่แล้วก็เริ่มขาด ทำให้ความสามัคคีของคนในสังคมอ่อนกำลังลงไปเพราะไม่ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับส่วนรวม
5. คนไทย ชอบความง่ายจนเกิดเป็นนิสัยที่เรียกว่า "มักง่าย" ความมักง่ายสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ในที่นี้ผมหมายถึง "อะไรที่ไม่เกี่ยวกับกู กูจะไม่เกี่ยว กูจะไม่ยุ่ง" ต่างหากครับ กล่าวคือคนไทยยุคนี้ไม่อยากเดือดร้อนเพราะเรื่องคนอื่นครับ ยากครับ ที่จะหาคนกล้า(หาญ)ในยุคนี้ ผู้หญิงโดนฉกกระเป๋าไปต่อหน้าต่อตา แต่คุณผู้ชายบางคนนั่งทำหน้าตาเฉย ไม่รู้ไม่ชี้ ขี้เกียจเป็นพระเอก ไม่อยากยุ่งยากเรื่องค้า(คดี)ความในศาล ตรงนี้จะเห็นว่าในเวลานี้คนดีไม่มีกำลังใจจะทำความดีเพราะกลัว(อำนาจมืดหรืออำนาจอะไรผมก็ไม่ทราบ) ทำให้ทุกวันนี้เราอยู่กันไปแบบตัวใครตัวมัน เพราะมันง่าย ที่ดูแลและควบคุม เพราะคนอื่นไว้ใจยาก นี่คือที่มาของความมักง่าย
6. เมื่อ ขี้เกียจ แล้วก็ต้องมักง่าย และสิ่งสุดท้ายที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือ โง่ เพราะสมองเมื่อไม่ได้ใช้งานนาน ๆ ก็ย่อมตีบตัน คิดอะไรไม่ค่อยออก และยากแก่การพัฒนา ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคนไทยขี้เกียจแม้แต่จะคิด แยกแยะด้วยเหตุผล เพราะการไม่ชอบใช้เหตุผลนี่เองที่ทำให้คนไทยโง่ลง ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อ 3 อย่างชัดเจน เมื่อไม่ชอบใช้เหตุผล ก็ต้องใช้แต่อารมณ์และกำลังในการแก้ปัญหาต่าง ๆ สิ่งที่จะบ่งบอกถึงคุณสมบัติข้อนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ คนโง่ชอบใช้กำลัง คนฉลาดชอบใช้เหตุผล ซึ่งคนไทยกลับตรงกันข้ามกับคนฉลาด สาเหตุทั้งหมดก็มาจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ทีนี้ คนเมื่อโง่ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ถ้าคนนฉลาดแต่ไม่คดโกงมาหลอกก็คงไม่เสียหายอะไรมากนัก แต่ถ้ากลับตรงกันข้าม(คนฉลาดและโกง)ก็ย่อมเสียหายในวงกว้างทั่วทั้งสังคม และไม่มีทางที่สังคมนั้นจะกลับไปมีความสมบูรณ์สุขได้อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้สังคมไทยมีคนอยู่แค่สองประเภทคือ คนโง่ กับ คนโกง สมยอมผลประโยชน์กัน
นี่คือสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน จริงอยู่ว่า ยังมีคนไทยที่ไม่ได้เป็นตามที่กล่าวมาอีกจำนวนหนึ่ง แต่ถือว่าน้อย เพราะถ้าสังคมไทยมีคนที่มีคุณภาพเกินครึ่งประเทศ ตระกูลชินวัตร ไม่มีทางได้เป็นนายกฯ ของประเทศได้เลยแม้แต่คนเดียว ทีนี้ลองมาสำรวจดูว่า คนในตระกูลชินวัตร เขาเป็นเขาอยู่กันอย่างไร
แน่นอนตระกูล ชินวัตร เขาอยู่กันแบบเครือญาติ มาจากหลาย ๆ ครอบครัว แต่มีครอบครัวหลักอยู่ครอบครัวหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ต่างภายในตระกูลให้ลงตัว ครอบครัวดังกล่าวก็คือ ครอบครัว ทักษิณ ชินวัตร เรียกว่าเป็น พี่ใหญ่ จะเห็นว่าการจัดการภายในของพี่ใหญ่นั้นทำได้ดีเยี่ยม เพราะเราแทบจะไม่เห็นคนในตระกูลชินวัตร ทะเลาะเรื่องผลประโยชน์ เหมือนอย่างหลาย ๆ ตระกูล ดังนั้นหากภายใน(ตระกูล)ทุกอย่างดีและพร้อม การออกไปต่อสู้หรือแข่งขันกับสังคมภายนอกเพื่อแสวงหากำไรก็ย่อมประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก และแล้ว ตระกูลชินวัตรก็เริ่มแผ่ขยายเกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะพี่ใหญ่ทักษิณเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ให้คนในหลายหลายวงการได้อย่างลงตัว ทำให้ได้รับการยอมรับและศัทธา แต่สิ่งหนึ่งในรูปแบบหรือวิธีการที่พี่ใหญ่ใช้ในการจัดสรรค์ผลประโยชน์ให้คนในสังคมนั้น จะใช้รูปแบบของวัฒนธรรม ลัดคิว เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน และมักจะสำเร็จทุกครั้ง จนได้รับการยกย่องและได้รับความไว้วางใจจากคนไทย(มักง่าย)ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกฯ
จะเห็นได้ว่าเส้นทางการได้มาเป็นนายกฯของประเทศไทย มันมีความสอดคล้องอย่างลงตัวกับสภาพสังคมไทยในเวลานี้ นั่นก็คือ วัฒนธรรม ลัดคิว และ การสมยอมผลประโยชน์ โดยที่ ผิด-ถูก ชั่ว-ดี ไม่มีความหมาย เลยทำให้สังคมไทยที่ป่วยเป็นโรค ขาดแคลนคนดีและกล้าหาญ ซึ่งคล้าย ๆ เม็ดเลือดขาวในร่างกายมนุษย์ หากเม็ดเลือดขาวลดน้อยโอกาสที่จะเป็นสาระพัดโรคก็ย่อมมีสูง และสังคมไทยกลับมีเคราะห์หนักเข้าไปอีก เมื่อสังคมไทยกลับต้องเจอ วัคซีนทำลายเม็ดเลือดขาวเข้าอีก จากการใช้นโยบายประชานิยม ส่งเสริมการเล่นพนันอย่างถูกกฎหมาย เรียกว่า อบายมุขครบวงจร อีกไม่นานร่างกายนี้จะสิ้นแรงและล้มตาย เพราะเชื้อโรคจะทำลายระบบต่างของร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจ อีกไม่นานเกินรอ
จากที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปง่าย ๆ ก็คือว่า ณ วันนี้ คนไทยชอบความมักง่ายจนไร้ระเบียบวินัย เมื่อวินัยคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคมถูกมองข้ามถูกปฏิเสธและถูกละเลย ความวุ่นวายในสังคมก็ตามมา ถ้าวุ่นวายถึงขั้นรุนแรงก็จะควบคุมไม่ได้ และจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงในวันหน้า สำหรับสมาชิกในตระกูล ชินวัตร แค่ 3 คนที่ได้เป็นนายฯ ไปแล้ว ยังถือว่าน้อยไป ดังนั้นสมาชิกในตระกูลชินวัตรที่เหลือและยังไม่เคยเป็นนายก ฯ มาก่อน โปรดเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ของประเทศไทยในโอกาสต่อไปได้เลย เพราะหนทางสะดวกยิ่งนัก
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติอ่านบทความ
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ผ่าโลก "คนรวย"
![]() |
| ขอบคุณ ภาพจากอินเตอร์เน็ต |
อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในเอนทีก่อนเรื่องผ่าโลก "คนจน" แล้วว่า ผมไม่ใช่คนจนและผมไม่ใช่คนรวยแต่ผมเคยเป็นคนจนมาก่อนและในอนาคตจะไม่มีวันที่ผมจะได้เป็นคนรวยแน่นอน แต่มาวันนี้ผมกำลังจะสะเออะเขียนเรื่องของคนรวย(มันน่ามั่นใส้นัก) นับจากช่วงเวลานี้ไป ผมจะสมมติว่าตัวผมเองเป็นคนรวย เพราะหากไม่เล่นสมมติเช่นนี้ มันเขียนยากเกินกำลังสำหรับคนที่ไม่เคยรวยอย่างผม และทั้งหมดที่กำลังจะถ่ายทอดออกไปในเอนทรีนี้ อาจจะมีถูกบ้างผิดบ้าง ก็ต้องขออภัยเอาไว้ก่อน เพราะนี่คือการนั่งเทียนเขียน หรือเขียนเดาเอา เสียเป็นส่วนใหญ่ เอาล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาผ่าโลก "คนรวย"กันเลยดีกว่า
คนรวยคือใคร? ตรงนี้อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ผมหมายถึง "คนที่ได้กำไรมากจนเหลือกินเหลือใช้ และไม่รู้ว่าจะเอาส่วนที่เหลือกินเหลือใช้ไปทำอะไร ก็เอาไปซื้อของแพงที่ไม่มีความจำเป็นแก่การดำรงชีวิตมาใช้มากินหรือมาอวดคนที่รวยน้อยกว่าตัวเองหรือคนจนนั่นเอง"
จากนิยามของ คนรวย ที่ผมเขียนมานั้น ทีนี้เราลองมาศึกษาอุปนิสัยใจคอของคนรวยกันดู โดยผมถอดนิสัยเด่น ๆ ของคนรวยออกมาจาก นิยามข้างบนได้ดังนี้
1. คนรวย ชอบความสะดวกสบาย เพราะมีเงิน ข้าวของหรือบริการใด ๆ ในโลกนี้หากทำให้ชีวิตตนเองสะดวกสบายขึ้น ยินดีที่จะสรรหามาใช้โดยไม่ขี้เหนียว เรียกว่าใช้เงินได้คุ้มค่าเพื่อแลกกับสิ่งของอำนวยความสะดวกเหล่านั้น แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิตคือการได้เรียนรู้กับความยากลำบากถูกตัดขาดออกไปจากชีวิตโดยสิ้นเชิง
2. คนรวย ชอบอวดและชอบคุ้ยโม้ สังเกตุง่ายมาก ใครที่ชอบใส่สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เครื่องประดับร่างกายทุกชนิดที่มีราคาแพง แสดงว่า ใช่เขาล่ะ คนรวยแน่นอน เพราะคนจนคงไม่มีปัญญาซื้อของพวกนั้นมาใส่อวดใครได้ นอกจากจะชอบอวดด้วยการแสดงตัวดังกล่าวแล้วยังไม่พอ มันต้องพูดเสียงดังฟังชัดว่า ที่ฉันใส่มาแค่ไม่กี่บาท(ทอง) ที่บ้านยังมีอีกหลายเส้น น่าจะประมาณนี้ เราหรือใครได้ยินแบบนี้เข้าก็ขอให้เข้าใจโดยทันทีว่า เขาเป็น คนรวย อย่าได้รังเกียจเขา เพราะธรรมชาติของเขาเป็นอย่างนั้น ลองถ้าเราได้มีโอกาสได้สนิทกับคนแบบนี้ เราต้องใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยการชักชวนให้คนเหล่านี้ร่วมทำบุญ(อะไรก็ได้)กับเขาลองดู หากเขาปฏิเสธแบบไม่มีเหตุผลหรือร่วมทำบุญกับเราแต่จัดว่าทำในจำนวนที่ถือว่าน้อย แสดงว่า นั่นคือคนรวยไม่จริง แต่ถ้าเขาทำทันทีโดยเต็มใจไม่ถามอะไรที่ดูแล้วเซ้าซี้กวนใจ นั่นแสดงว่า เขาคือคนรวยจริง เพราะคนรวยจริง ชอบทำบุญโดยธรรมชาติของพวกเขาอยู่แล้ว เพราะถ้าได้ทำบุญนอกจากจากจะได้บุญแล้วยังได้หน้าได้ตาอีกหาก พวกเขาจึงชอบทำบุญด้วยเหตุผลนี้
3. ขี้อิจฉา-ขี้สงสาร สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันเสมอ เพียงแต่ผมรวบเข้ามาเป็นอันเดียวกัน เพื่อใช้อธิบายสภาพจิตใจของคนรวยเท่านั้น เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเมื่อเจอสิ่งที่ตนเองปราถนากับเมื่อตนเองได้เจอสิ่งที่ไม่ปราถนามันจะมีอารมณ์ความรู้สึกที่คล้าย ๆ กัน แต่เป็นไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน ในที่นี้คนรวยหากเจอสิ่งที่ตัวเองไม่ปราถนา เช่น ถ้าลองมีใครมาแสดงว่ารวยกว่าตนเอง ความขี้อิจฉาก็จะเข้ามาครอบครองสมองเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันหากคนรวยไปเจอกับสภาพที่ตนเองปราถนา เช่น มีคนที่ต้อยต่ำกว่ามานั่งประจบประแจง หรืออาจจะเรียกว่า เลียแข้งเลียขาก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต่างก็ชอบและปราถนากันทุกคน ความขี้สงสารก็จะเข้ามาครอบครองสมองคนรวยทันที นี่คือสภาพจิตใจของคนรวย เมื่อกระทบเข้ากับสภาพที่ตนเองปราถนาและไม่พึงปราถนา มันจะส่งออกผลมาในทิศทางที่คล้ายกันแต่กลับตรงข้ามกัน และจะกลายเป็นสิ่งจูงใจให้คนรวยกระทำการใด ๆ ออกมาในเวลาต่อมา เช่น หากเกิดความอิจฉาขึ้นก็ต้องสู้กันบ้าง โดยการเกทับฝ่ายตรงข้ามกลับไปเพื่อเป็นการตอบโต้ เป็นต้น หรือหากเกิดความสงสารขึ้นคนรวยก็จะให้ความช่วยเหลือ เกื้อกูล ผู้ที่ตำต้อยกว่า เพราะตนเองมีกำลังมีทุนทรัพย์ที่จะทำได้ อย่างนี้เป็นต้น
ผมได้นำเสนอนิสัยที่เด่น ๆ ของคนรวยมาทั้งหมด 3 ประการ จริง ๆ แล้วยังมีอีกเยอะครับ แต่ผมไม่สามารถนำเสนอได้ทั้งหมด เอาแค่พอหอมปากหอมคอพอ เพราะยังมีอย่างอื่นของคนรวยที่สำคัญกว่าที่จะนำเสนอต่อไป ทีนี้ผมจะลองจำแนกคนรวยตามลักษณะความเป็นมาของคนรวย ซึ่งผมจำแนกออกมาได้สามลักษณะดังนี้
1. คนรวยดั้งรวยเดิม เรียกว่า เกิดมาก็รวยทันทีเพราะบุพการีมีทรัพย์สมบัติไว้ให้ใช้ นอกจากพวกเขาจะมีสมบติแล้วพวกเขายังมี วัฒนธรรมการรักษาทรัพย์สมบัติให้คงอยู่ยั่งยืนสืบไป ตกทอดกันมาเป็นรุ่น ๆ ทำให้คนรวยตามลักษณะนี้แทบจะไม่มีโอกาสจะกลายเป็นคนจนได้เลย วัฒนธรรมการรักษาทรัพย์สมบัติที่กล่าวถึง ได้แก่ การใช้จ่าย และการแสวงหาสมบัติมาเพิ่มเติม สองอย่างนี้ต้องไม่ขาดทุนเป็นอย่างน้อย คนรวยตามลักษณะนี้บางทีเราเรียกเขาว่า พวกผู้ดี ก็ได้
2. คนรวยที่มาจากคนจนสู้ชีวิตแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ก็คือคนที่เคยจน แต่เป็นคนจนที่ขยัน มีมานะอดทน เก็บหอมรอมริบดี คนรวยที่มาจากสาเหตุนี้เช่น คนจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในพระมหากษัตริย์ไทย ในตอนที่อพยพมาก็มีแค่สื่อผืนหมอนใบเรียกว่ามานับหนึ่งใหม่บนแผ่นดินไทย พอเวลาผ่านล่วงเลยมาจนถึงยุคปัจจุบันคนเหล่านี้ก็นับมาถึงสิบแล้ว คือร่ำรวยเป็นเถ้าแก่ อะเสี่ยกันไปหมดแล้ว จะเห็นคนรวยแบบนี้ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะได้รวย และที่สำคัญเมื่อรวยแล้วก็ยากที่จะกลับไปจนอีก ลูกหลานของคนรวยแบบนี้ก็จะกลายเป็นคนรวยดั้งรวยเดิมนั่นเอง
3. คนรวยที่มาจากความฟลุ๊คหรือรวยบนเส้นทางลัด เช่น ถูกหวยหรือล็อตเตอรี่ หรือได้โชคจากการเสี่ยงโชคอย่างอื่น เช่น เล่นหุ้นหรือถูกหวย คนรวยแบบนี้เท่าที่ผมเคยเห็นมักจะเป็นแบบเดียวกับไฟไหม้ฟาง คือรวยชั่วประเดี๋ยวแล้วกลับไปจนเหมือนเดิม เพราะอะไรที่ได้มาง่าย มันก็จะหมดไปง่ายเช่นกัน เพราะไม่ได้รู้ซึ้งถึงรสชาติในการได้มา ก็เลยใช้จ่ายไม่ค่อยเป็น คิดว่าเมื่อหมดแล้วเดี๋ยวค่อยหาใหม่เพราะหาง่าย แต่ว่ารวยแบบพึ่งดวงแบบนี้ยากที่จะกลายเป็นคนรวยแบบถาวรเหมือนอย่างสองแบบที่กล่าวไปก่อนแล้ว ในประเทศไทยมีคนรวยแบบนี้มากกว่าทั้งสองแบบบนรวมกันเสียอีก
ต่อไปผมจะจัดแบ่งประเภทคนรวยตามเป้าหมายสุดท้ายของชีวิต(ก่อนตาย) ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้ครับ
1.รวยแล้วพอ หมายความว่า "ถ้าเมื่อไหรที่ตัวเองรวย ก็พอแค่นั้น" โดยบรรดาทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ที่หามาได้นั้น จะเหลือตกเป็นสมบัติแก่ลูกหลานไม่มาก กล่าวคือ จะปล่อยให้ลูกหลานได้ลำบากบ้างเพื่อเรียนรู้ชีวิต โดยใช้ทรัพย์สมบัติส่วนที่ได้จากมรดกเป็นทุน สำหรับฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาของชีวิต จนกว่าจะประสบความสำเร็จเป็นคนรวยเช่นเดียวกับตน ซึ่งหากทุกอย่างได้ตามที่คาดหวัง มันคงจะหอมหวนเสียยิ่งกว่า น้าผึ้งเดือนห้าเสียอีก แต่หากลูกหลานไม่ประสบความสำเร็จตนเองก็พร้อมจะยอมรับในความผิดพลาดนั้น ข้อสังเกตุก็คือ นอกจากทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยที่จะมอบเป็นมรดกให้ลูกหลานแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากกว่าทรัพย์สินที่ต้องการถ่ายทอดเป็นมรดก นั่นก็คือ การถ่ายทอดภูมิความรู้ ซึ่งภูมิความรู้ ถือเป็นความลับอย่างยิ่งที่จะมอบให้แก่ลูกหลาน เอาไปใช้ทำมาหากินในวันข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์เด่นอีกประการหนึ่งก็คือ คนรวยประเภทนี้เลือกคบคนโดยไม่สนใจฐานะ(ความเป็นอยู่)และระดับสติปัญญาคือคบได้หมด หากคนรวยในโลกนี้เป็นแบบนี้ทั้งหมด โลกนี้ก็คงไม่วุ่นวายเหมือนอย่างที่เป็นอยู่
2.รวยแล้วไม่พอ หมายความว่า "ถึงรวยเป็นเศรษฐีแล้วก็ยังต้องการแสวงหาทรัพย์สินเงินทองไม่หยุดหย่อน เรียกว่า ยังไม่รู้จักพอ" เนื่องจากเป้าหมายของชีวิตก็คือ หาสะสมเอาไว้ให้ลูกหลานหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว ยิ่งได้เยอะ ลูกหลานก็ยิ่งสบาย ไม่ทราบว่าคิดถูกหรือคิดผิด เพราะถ้าคิดเพียงแต่จะมอบสมบัติให้ลูกหลาน แต่ไม่มอบสติปัญญาให้ด้วย แบบนี้คาดว่ามีเท่าไรก็ไม่พอ แต่ถ้ามอบทั้งสมบัติและสติปัญญาแบบคนรวยประเภทแรกเชื่อว่า จะอยู่ไปได้ชั่วนาตาปีอย่างแน่นอน และเช่นเดียวกันการเลือกคบคนจะเลือกคบคนโดยมีชั้นเชิง และจะมองหาเหยื่อไปยังกลุ่มที่โง่กว่าตนหรือรู้ไม่เท่ากับตนเพื่อแสวงหาโอกาสและสร้างผลกำไรในอนาคต ดังนั้นอย่าไปถามหาความสงบว่าจะเกิดขึ้นบนโลกนี้ได้เมื่อไร เพราะหากโลกสงบเมื่อไหร่ก็เท่ากับคนรวยประเภทนี้ตายหมดทั้งโลกแล้ว ซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ และเมื่อไรที่คนรวยประเภทนี้เห็นว่าคนอื่นที่กำลังคบหาอยู่กับตนนั้นเริ่มฉลาดขึ้น ก็จะคิดหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อทำให้เขาเหล่านั้นโง่เหมือนเช่นเดิม (เพราะหากขืนปล่อยไว้ตัวเองจะหากำไรได้ยากขึ้น) วิธีที่จะทำให้คนอื่นโง่ ได้แก่ 1). พูดถ่ายทอดให้คนอื่นฟังจากปากตัวเองเพียงผู้เดียวเท่านั้นเรียกว่า ผูกขาดความคิดไปเสียเลย 2). ทำให้คนอื่นห่างวัดห่างวาห่างธรรมะ โดยการบิดเบือนพระธรรมคำสอน 3). ถ้ามีอิทธิพลมากพอหรือมีบุญคุณสูงพอก็จะใช้สองอย่างนี้ข่มขู่ เหล่านี้เป็นต้น และทั้งหมดต้องทำไปพร้อม ๆ กับการหยิบยกทรัพย์สินเล็ก ๆ นอย ๆ ให้กับคนเหล่านั้น เพื่อทำให้คนเหล่านั้นรู้ว่าเป็นหนี้บุญคุณ และห้ามทรยศต่อตนเอง ไป ๆ มา ๆ คนรวยแบบนี้ก็เข้าข่ายกลายเป็นผู้มีอิทธิพลนั่นเองครับ
ทั้งหมดที่เขียนขึ้นในเอนทรีนี้คือ คนรวย หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร อย่าได้เกรงใจครับ ติติง แนะนำผมได้ครับ ยินดีรับฟังทุก ๆ ความเห็นครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความนี้ครับ และพบกันใหม่ในบทความต่อ ๆ ไปครับ
นิสัยคนรวยฉบับละเอียด
ภัยพิบัติตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ สาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ?
![]() |
| ขอบคุณ ภาพจากอินเตอร์เน็ต |
จากชื่อเรื่องที่ผมตั้งเอาไว้ จริง ๆ ผมเคยเขียนมาหลายบทความแล้วแต่ไม่เคยลงลึกสักที วันนี้จะเอาเวลาที่มีเพียงน้อยนิดมาอธิบายใหม่ให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้ใคร ๆ ที่ได้อ่านล้วก็น่าจะเข้าใจ(ได้ไม่ยาก) ทั้งนี้ทั้งนั้นขอเรียนกันก่อนว่า ผมไม่ใช่นักพิภพวิทยา หรือ นักปฐพีศาสตร์ เพียงแต่พอจะจะมีความรู้เรื่องเทอร์โมไดมานิกส์(Therodynamics) อยูบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เคยเล่าเรียนมา เอาล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากันทั้งสองฝ่าย ผมจะเริ่มอธิบายเพื่อประกอบคำเฉลยว่า ตัวการสุดท้ายที่ทำให้โลกเราได้เป็นอยู่อย่างนี้ คือใครกันแน่ ?
ปัจจุบันนี้โลกของเรากำลังสูญเสียความสมดุลอย่างหนัก โดยเฉพาะใต้พื้นดินที่เราเหยียบอยู่ อันเนื่องมาจาก
1. ความร้อนจากแกนโลก(Maxma) โดยธรรมชาติของความร้อนมันจะต้องระบายจากจุดที่อุณหภูมิสูงไปยังจุดที่มีอุหภูมิต่ำกว่าเสมอ นั่นก็คือความร้อนเหล่านั้นจะแพร่ขึ้นสู่ผิวโลก
2. หากเป็นไปตามข้อ 1. มนุษย์จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ที่ผิวโลกได้เลย เพราะจะมีอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าที่มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นโลกจึงได้เอาน้ำที่เป็นของเหลวอันได้แก่ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำมัน และนอกจากของเหลวแล้วก็ยังไม่พอ โลกยังได้เอาลมที่เป็นก๊าซมาขัดขวางความร้อนจากข้อ 1. เอาไว้อีกด้วย เพื่อช่วยกันขัดขวางความร้อนโดยไม่ยอมให้ความร้อนดังกล่าวขึ้นไปถึงผิวดินได้
3. พอน้ำมันและก๊าซถูกมนุษย์ขุดเจาะขึ้นมาใช้มากขึ้น ๆ ในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ทั้งน้ำมันและก๊าซหายไปจากโลกใต้ดินทิ้งเหลือไว้แต่โพรงอากาศใต้ดินเป็นจำนวนมาก เรียกว่าตอนนี้โลกในเวลานี้ไม่มีเครื่องชลอความร้อนจากใต้ดิน ทำให้ผิวดินบนโลกบางพื้นที่มีอากศร้อนมากและร้อนเป็นเวลายาวนาน
4. เมื่อผิวดินร้อน ทำให้อากาศบริเวณนั้นจะกลายเป็นหย่อมความกดดันอากาศสูง เป็นเหมือนตัวล่อให้ลมเย็นบริเวณอื่นวิ่งเข้ามาแทนที่ลมร้อนแถวนั้น แต่ว่าเวลาลมเย็นมันเคลื่อนที่มานั้น มันมาแบบติดต่อและต่อเนื่องกัน จนกลายเป็นพายุ และนับวันจะยิ่งเกิดมากขึ้น ถี่ขึ้น ตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก็ด้วยเหตุที่ว่ามานี้
5. ในขณะเดียวกันโพรงอากาศใต้ดินในข้อ 3. มีแต่ลมร้อนแผดเผาทำให้มันต้องหาของเหลวหรือก๊าซใหม่มาอยู่แทนที่ หากหาได้นั่นก็คือสูบหรือดูดแบ่งมาจากแหล่งอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ กัน (เนื่องจากทั้งน้ำมันและก๊าซไม่สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ทดแทนของเก่าได้เองภายในเวลาร้อยหรือสองร้อยปี) แต่ถ้าหามาแทนที่ไม่ได้ ลองนึกถึงโพรงดินที่ถูกไฟเผาอยู่ทุกขณะเวลา ในที่สุดดินก็จะค่อยผงและผุกร่อนจนพังทลายจนกลายเป็นสาเหตุของแผ่นดินไหว
ทีนี้ก็คงจะเห็นแล้วว่า ใครคือตัวการที่แท้จริง ที่ทำให้โลกเราไม่น่าอยู่มากขึ้นทุกวัน ใครครับ?
แหล่งเดิมที่เคยเผยแพร่
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



